ท้าทายขบวนการ ปล้นประชาธิปไตย
ท้าทายขบวนการ ปล้นประชาธิปไตย
ผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะเวิลด์ที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองไทยเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์โดยปล่อยผีประกาศรับรอง สส.ลอตใหญ่ 498 คน แบบม้วนเดียวจบ
ชนิดไร้เงาใบแดง ใบส้ม หรือการลงโทษใดๆ ราวกับสนามเลือกตั้งครัั้งนี้สะอาดใสบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างกลางหาว
สวนทางความจริงที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการทุจริตที่หนาหูที่สุดในประวัติศาสตร์การปกครอง โดยมีภาคประชาชน ฝ่ายการเมืองดาหน้ายื่นฟ้องศาลนับ 20 คดี ท่ามกลางกระแสข่าวการซื้อเสียงครั้งมโหฬาร ที่ถูกเรียกกันว่า เป็น “ขบวนการปล้นประชาธิปไตย” อย่างเป็นระบบและแยบยลที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ปฏิบัติการสุดอัปยศเริ่มต้นจากการวางรากฐาน “ข้าราชการสายดาร์ก” ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงอำเภอ เฟ้นเฉพาะพวก “ปอดใหญ่-ใจถึง” ที่พร้อมเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก และ “ปิดปาก” เงียบกริบเมื่อเห็นความผิดปกติ พวกเขาทำงานเป็นทีมจับมือกับมาเฟียเจ้าของถิ่นในพื้นที่ สร้างเครือข่ายอิทธิพลยากที่จะถูกแทรกซึม
กลวิธีซื้อใจไม่ได้มาเพียงแค่กระสุนดินดำ แต่มาในรูปแบบ “สูตรสำเร็จ 2,000 คะแนน” ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะทำคะแนนนิยมพุ่งแค่ไหน แต่สุดท้ายต้องแพ้ด้วยผลต่าง 2,000 คะแนนขึ้นไปเสมอ
นี่คือ “บ้านใหญ่โมเดล” ในตำนานที่ถูกนำมาปัดฝุ่น แปรรูปขบวนและกระจายไปทั่วประเทศ ทั้งการส่งคนประกบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่จดไว้ในบัญชีหนังหมา ไปจนถึงกลเม็ด “ซื้อยกหน่วย” หลังปิดหีบ ที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย
แต่ท่ามกลางสมรภูมิที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ กลับมี “สส.ผู้กล้า” อ่านเกมขาด ใช้แผนซ้อนแผนเพื่อแก้เกมปฏิบัติการปล้นประชาธิปไตย เริ่มตั้งแต่ “ก่อนเลือกตั้ง” ด้วยการใช้ “การข่าวเชิงลึก” ที่เหนือชั้นกว่า
โดยดึง “คนนอกพื้นที่” เข้ามาปั่นกระแสสู้ นำคนมีสีชนคนมีสี นำนักเลงมาชนนักเลง เมื่อต่างฝ่ายต่างทันกัน ความกลัวที่เคยปกคลุมพื้นที่ก็เริ่มจางหายไป
ในวันเลือกตั้ง ทีมงานคุณภาพถูกส่งลงพื้นที่ทุกหน่วย หน่วยละ 2 คน ปูพรมแบบไข่แดง คนแรกทำหน้าที่เป็น “หูเป็นตา” สังเกตพิรุธ หากมีการขยับที่ผิดปกติ จะส่งสัญญาณถึงวอร์รูมทันที
แม่ทัพใหญ่ที่เก๋าเกมพร้อมเคลื่อนที่เข้าชาร์จจุดเกิดเหตุในเสี้ยวนาที ไม่ปล่อยให้ใครลอยนวล
อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในสมรภูมิปล้นประชาธิปไตย คือ “กล้องและการบันทึกภาพแบบเรียลไทม์”ตั้งแต่ปิดหีบ นับคะแนน จนท.หน่วยคนไหน ขานแต้มผิด จับบัตรยัดใส่ ทำบัตรดีให้เป็นบัตรเสีย ทำบัตรเสียให้เป็นบัตรดี เห็นหมด
บุคลากรเหล่านี้ผ่านการ “ติวเข้ม” ในระดับคัดเกรด เพื่อป้องกันถูกซื้อตัวหรือการ “ล้วงตับ” บวกกับเทคนิคลับเฉพาะอีก 2-3 ประการ ที่ถูกงัดมาใช้ในบางจังหวะทำให้ขบวนการปล้นประชาธิปไตยที่วางแผนอย่างดิบดี ต้องพังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า
นี่ไม่ใช่ชัยชนะของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คือการประกาศศักดาว่า “อำนาจเงิน-อำนาจรัฐ-อำนาจเถื่อน” ปล้นประชาธิปไตยไปไม่ได้ทุกเขตเลือกตั้ง ไม่สามารถเอาชนะ “การวางแผนที่รัดกุม” ภายใต้ “หัวใจที่มุ่งมั่นป้องกันเจตนารมณ์ของประชาชน” ได้
นับเป็นบทเรียนที่ต้องถูกจารึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่า “ประชาธิปไตยไม่ได้มีไว้ให้ใครมาปล้นไปได้ง่ายๆ อีกต่อไป”
#มะม่วง แปดริ้ว