โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ท้าทายขบวนการ ปล้นประชาธิปไตย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 08.39 น.

ท้าทายขบวนการ ปล้นประชาธิปไตย

ผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะเวิลด์ที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองไทยเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์โดยปล่อยผีประกาศรับรอง สส.ลอตใหญ่ 498 คน แบบม้วนเดียวจบ

ชนิดไร้เงาใบแดง ใบส้ม หรือการลงโทษใดๆ ราวกับสนามเลือกตั้งครัั้งนี้สะอาดใสบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างกลางหาว

สวนทางความจริงที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการทุจริตที่หนาหูที่สุดในประวัติศาสตร์การปกครอง โดยมีภาคประชาชน ฝ่ายการเมืองดาหน้ายื่นฟ้องศาลนับ 20 คดี ท่ามกลางกระแสข่าวการซื้อเสียงครั้งมโหฬาร ที่ถูกเรียกกันว่า เป็น “ขบวนการปล้นประชาธิปไตย” อย่างเป็นระบบและแยบยลที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ปฏิบัติการสุดอัปยศเริ่มต้นจากการวางรากฐาน “ข้าราชการสายดาร์ก” ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงอำเภอ เฟ้นเฉพาะพวก “ปอดใหญ่-ใจถึง” ที่พร้อมเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก และ “ปิดปาก” เงียบกริบเมื่อเห็นความผิดปกติ พวกเขาทำงานเป็นทีมจับมือกับมาเฟียเจ้าของถิ่นในพื้นที่ สร้างเครือข่ายอิทธิพลยากที่จะถูกแทรกซึม

กลวิธีซื้อใจไม่ได้มาเพียงแค่กระสุนดินดำ แต่มาในรูปแบบ “สูตรสำเร็จ 2,000 คะแนน” ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะทำคะแนนนิยมพุ่งแค่ไหน แต่สุดท้ายต้องแพ้ด้วยผลต่าง 2,000 คะแนนขึ้นไปเสมอ

นี่คือ “บ้านใหญ่โมเดล” ในตำนานที่ถูกนำมาปัดฝุ่น แปรรูปขบวนและกระจายไปทั่วประเทศ ทั้งการส่งคนประกบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่จดไว้ในบัญชีหนังหมา ไปจนถึงกลเม็ด “ซื้อยกหน่วย” หลังปิดหีบ ที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย

แต่ท่ามกลางสมรภูมิที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ กลับมี “สส.ผู้กล้า” อ่านเกมขาด ใช้แผนซ้อนแผนเพื่อแก้เกมปฏิบัติการปล้นประชาธิปไตย เริ่มตั้งแต่ “ก่อนเลือกตั้ง” ด้วยการใช้ “การข่าวเชิงลึก” ที่เหนือชั้นกว่า

โดยดึง “คนนอกพื้นที่” เข้ามาปั่นกระแสสู้ นำคนมีสีชนคนมีสี นำนักเลงมาชนนักเลง เมื่อต่างฝ่ายต่างทันกัน ความกลัวที่เคยปกคลุมพื้นที่ก็เริ่มจางหายไป

ในวันเลือกตั้ง ทีมงานคุณภาพถูกส่งลงพื้นที่ทุกหน่วย หน่วยละ 2 คน ปูพรมแบบไข่แดง คนแรกทำหน้าที่เป็น “หูเป็นตา” สังเกตพิรุธ หากมีการขยับที่ผิดปกติ จะส่งสัญญาณถึงวอร์รูมทันที

แม่ทัพใหญ่ที่เก๋าเกมพร้อมเคลื่อนที่เข้าชาร์จจุดเกิดเหตุในเสี้ยวนาที ไม่ปล่อยให้ใครลอยนวล

อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในสมรภูมิปล้นประชาธิปไตย คือ “กล้องและการบันทึกภาพแบบเรียลไทม์”ตั้งแต่ปิดหีบ นับคะแนน จนท.หน่วยคนไหน ขานแต้มผิด จับบัตรยัดใส่ ทำบัตรดีให้เป็นบัตรเสีย ทำบัตรเสียให้เป็นบัตรดี เห็นหมด

บุคลากรเหล่านี้ผ่านการ “ติวเข้ม” ในระดับคัดเกรด เพื่อป้องกันถูกซื้อตัวหรือการ “ล้วงตับ” บวกกับเทคนิคลับเฉพาะอีก 2-3 ประการ ที่ถูกงัดมาใช้ในบางจังหวะทำให้ขบวนการปล้นประชาธิปไตยที่วางแผนอย่างดิบดี ต้องพังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า

นี่ไม่ใช่ชัยชนะของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คือการประกาศศักดาว่า “อำนาจเงิน-อำนาจรัฐ-อำนาจเถื่อน” ปล้นประชาธิปไตยไปไม่ได้ทุกเขตเลือกตั้ง ไม่สามารถเอาชนะ “การวางแผนที่รัดกุม” ภายใต้ “หัวใจที่มุ่งมั่นป้องกันเจตนารมณ์ของประชาชน” ได้

นับเป็นบทเรียนที่ต้องถูกจารึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่า “ประชาธิปไตยไม่ได้มีไว้ให้ใครมาปล้นไปได้ง่ายๆ อีกต่อไป”

#มะม่วง แปดริ้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...