โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต.ชี้"รัชต์พงศ์"ถูกจับคดีเว็บพนันไม่หลุดผู้สมัครสส.ยกเว้นถูกคุมขัง

PostToday

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน เขต 2 จังหวัดตาก ถูกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ว่า กกต.ต้องพิจารณาว่าผู้สมัครรายดังกล่าวเข้าข่าย ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

หากยังไม่เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ ก็ยังคงสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ตามปกติ แต่หากปรากฏว่า ขาดคุณสมบัติ เช่น ผู้สมัครลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว จะไม่สามารถเป็นผู้สมัครต่อไปได้ โดย หมายเลขผู้สมัครจะเว้นว่าง และไม่สามารถเปลี่ยนตัวบุคคลได้ เนื่องจากพ้นกำหนดรับสมัครไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกากบาท (X) ในหมายเลขของผู้สมัครที่พ้นสถานะดังกล่าว จะถือว่าเป็น บัตรเสีย

รองเลขาธิการ กกต. ระบุด้วยว่า กกต.จะติดประกาศแจ้งหน้าหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับทราบว่าบุคคลดังกล่าว ไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แล้ว

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในทางกฎหมาย ผู้สมัครรับเลือกตั้งยังสามารถลงสมัครได้ แม้มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา หากคดียังไม่ถึงที่สุด และไม่เข้าข่ายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง โดยกระบวนการพิจารณาคดีสามารถดำเนินต่อไปภายหลังการเลือกตั้งได้ เว้นแต่กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ และมีคำสั่ง เพิกถอนสิทธิทางการเมือง หรือมีคำสั่ง จำคุกโดยไม่ให้ประกันตัว จึงจะเข้าข่ายขาดคุณสมบัติการเป็น สส.

ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร อธิบายว่า แม้จะมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น หากผู้สมัครยังไม่ได้ถูกคุมขัง และได้รับการปล่อยชั่วคราว ก็ยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติทางกฎหมาย แต่หาก ไม่ได้รับการประกันตัวและถูกคุมขังตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จะถือว่าขาดคุณสมบัติการลงสมัคร สส.

เมื่ออ้างอิง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 หมวด 4 ผู้สมัครและการสมัครรับเลือกตั้ง มาตรา 41 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร และมาตรา 42 ว่าด้วยลักษณะต้องห้าม โดยเฉพาะข้อ 8 และข้อ 9 กำหนดว่า การต้องคำพิพากษาให้จำคุก เป็นลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง สส.

รองเลขาธิการ กกต. ย้ำหลักการสำคัญของกระบวนการยุติธรรมว่า ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การจับกุมหรือการตั้งข้อกล่าวหา รวมถึงการที่ศาลรับฟ้อง ยังถือเป็นเพียงขั้นตอนของการกล่าวหา ไม่ใช่การตัดสินว่ามีความผิด โดยเป็นไปตามหลัก Presumption of Innocence ซึ่งเป็นหลักสากลในระบอบประชาธิปไตยและการแบ่งแยกอำนาจ

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 29 วรรคสอง กำหนดว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด สอดคล้องกับหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มาตรา 11 ซึ่งประเทศไทยรับรองและบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ปี 2492 เป็นต้นมา

ดังนั้น ในกรณีที่บุคคลยังอยู่ในสถานะผู้ต้องหาหรือจำเลย และยังไม่ถูกคุมขังตามคำสั่งศาล ย่อมยังไม่ถือว่ากระทำความผิด และยังสามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำพิพากษาจำคุกและมีคำสั่งให้คุมขังตามหมายศาล แม้เป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น และคดียังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์หรือฎีกา ก็จะเข้าข่าย ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากอยู่ระหว่างการถูกคุมขังตามคำสั่งศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...