โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะลึก 5 เสือ เจ้าตลาดน้ำมันไทย ใครเป็นใคร? ในวันที่ช่องแคบฮอร์มุซระอุ - ราคาน้ำมันขยับ

Thairath Money

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 02.54 น.
ภาพไฮไลต์

ทุกครั้งที่มีสงครามในตะวันออกกลาง สิ่งแรกที่คนไทยทำไม่ใช่การเช็กข่าวต่างประเทศ แต่เป็นการเช็ก “ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม”

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 หลังอิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นเลือดใหญ่ทางการค้า และพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดีดตัวทันที แม้รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพลังงานจะออกมายืนยันหนักแน่นว่า “เรามีน้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 60 วัน” และขอความร่วมมือผู้ค้าให้ตรึงราคา

แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกลับสร้างความสับสนให้ผู้บริโภค เมื่อปั๊มต่างชาติอย่าง Shell และ Caltex ตัดสินใจปรับขึ้นราคานำร่องไปก่อน ขณะที่พี่ใหญ่อย่าง OR (ปตท.) และ บางจาก ยังคงประกาศตรึงราคาเพื่อช่วยประชาชน

คำถามคือ ทำไมแต่ละเจ้าถึงขยับราคาไม่พร้อมกัน? ซึ่งคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่สงครามเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “โครงสร้างธุรกิจ” และ “บทบาท” ของ 5 เสือปั๊มน้ำมันไทย ที่ Thairath Money อยากชวนเจาะตลาดและโครงสร้างของธุรกิจดังกล่าว เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ในที่ลึกขึ้นกว่าเดิม

สมรภูมิหน้าปั๊ม เมื่อรัฐสั่ง “ตรึง” แต่ตลาดสั่ง “ขึ้น”

ท่ามกลางความกังวลว่าการขนส่งน้ำมันจะหยุดชะงัก กระทรวงพลังงานได้เรียกประชุมผู้ค้าด่วนและยืนยันว่าไทยมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงรวมกว่า 7,660 ล้านลิตร (สำรองตามกฎหมาย + อยู่ระหว่างขนส่ง) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน 2 เดือนเต็ม แม้ไม่มีการนำเข้าใหม่

ทว่าในโลกของธุรกิจ “ต้นทุนน้ำมันดิบ” ขยับตัวรอไปแล้ว

  • Shell: ปรับขึ้นดีเซลแรงถึง 4.20 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 1.50 บาท/ลิตร
  • Caltex: ตามมาติดๆ ปรับกลุ่มเบนซินขึ้น 90 สตางค์ และดีเซล 1.80 บาท/ลิตร
  • ปตท. (OR) & บางจาก: เลือกสวมบท “พระเอก” ประกาศตรึงราคาตามนโยบายรัฐ

ทั้งนี้ เหตุผลที่ Shell และ Caltex กล้าขยับก่อน เพราะทั้ง 2 รายเป็น "International Oil Companies" ที่อ้างอิงราคาตามกลไกตลาดโลกอย่างใกล้ชิดและมีภาระต้นทุนที่บริหารจัดการต่างจากรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทที่มีรัฐถือหุ้นใหญ่ ซึ่งต้องแบกรับ "ภารกิจความมั่นคง" พ่วงมาด้วย

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (4 มีนาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดปั๊มเชลล์ ได้ กลับมาปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 1 บาท/ลิตร ส่วนเซลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ปรับลดลง 4.20 บาท/ลิตร เช่นเดียว กับ ปั๊มคาลเท็กซ์ ที่ได้กลับมาประกาศปรับลดราคาแล้วเช่นกัน

เจาะลึก 5 เสือเจ้าตลาดน้ำมันไทย

จากข้อมูลวิจัย LH Bank ณ ปี 2568 และสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน นี่คือโฉมหน้าของผู้กุมชะตาพลังงานไทยที่แบ่งเค้กกันอย่างดุเดือดเสมอมา

1. PTT Station (PTTOR) สัดส่วน 28.6%

  • จุดเด่น: เครือข่ายครอบคลุมที่สุดในประเทศ ผู้นำด้าน Non-Oil (Cafe Amazon)
  • บทบาท: เป็น "แขนขา" ของรัฐในการรักษาเสถียรภาพราคา มักเป็นเจ้าสุดท้ายที่ขึ้นราคา และเจ้าแรกที่ลดราคา
  • สถานะ: มีรายได้สูงสุด (ณ ปี 2567) อยู่ที่ 723,958 ล้านบาท กำไรส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนผ่านจากน้ำมันไปสู่ธุรกิจอาหารและค้าปลีก

2. Bangchak (BCP) - ยักษ์เขียวผู้ครบวงจร สัดส่วน 25.0%

  • จุดเด่น: หลังควบรวม Esso ทำให้บางจากมีสถานีบริการพุ่งพรวด และมี "โรงกลั่น" เป็นของตัวเองถึง 2 แห่ง
  • สถานะ : มีรายได้ 589,877 ล้านบาท รองจาก PTTOR แต่มีอัตรา EBITDA Margin สูงสุดที่ 6.8%
  • บทบาท: เน้นผลิตภัณฑ์พรีเมียมและรักษ์โลก (Euro 5) มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารต้นทุนเพราะคุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

3. PT (PTG) - ขวัญใจภูธรและรถบรรทุก สัดส่วน 25.6%

  • จุดเด่น: จำนวนสาขาเบียดบี้กับ ปตท. เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าสมาชิก (Max Card) และพื้นที่ห่างไกล
  • บทบาท: เป็นผู้เล่นสาย Volume เน้นปริมาณการขายและขยายอาณาจักรไปยังบริการรถยนต์ (Autobacs) และร้านอาหาร
  • สถานะ : มีรายได้ 225,813 ล้านบาท ด้วยอัตรา EBITDA Margin ที่ 2.7%ซึ่งสูงกว่า PTTOR เล็กน้อย

4. Shell - คุณภาพระดับโลกในราคาพรีเมียม สัดส่วน 7.9%

  • จุดเด่น: เน้นน้ำมันเกรดพิเศษ (V-Power) และการบริการที่ได้มาตรฐานสากล
  • บทบาท: กล้าตัดสินใจด้านราคาตามกลไกตลาดโลก (Market Leader ในแง่การปรับราคา) มักไม่รอการอุดหนุนจากรัฐหากต้นทุนขยับจนรับไม่ไหว

5. Caltex - รายใหญ่ที่เน้นประสิทธิภาพ สัดส่วน 5.9%

  • จุดเด่น: เน้นเทคโนโลยีสารเติมแต่ง (Techron) และรักษาฐานลูกค้าในเมืองใหญ่
  • บทบาท: บริหารจัดการแบบ Lean เน้นกำไรต่อสถานีมากกว่าจำนวนสาขาที่กระจัดกระจาย
  • สถานะ : มีรายได้ 266,039 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับปานกลางที่ 0.84% ทั้งนี้ ขนาดธุรกิจและอัตรากำไรของ Caltex โดยรวมยังอาจไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่รายอื่นได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเครือข่ายสถานีบริการที่มีน้อยกว่า

หมายเหตุ : สัดส่วนดังกล่าว แบ่งตามจำนวนสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และ ยังมีปั๊มขนาดกลางและเล็ก รวมกันอีก 7% อยู่ในโครงสร้างผู้ให้บริการด้วย

"ค่าการตลาด" ตัวแปรที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมปั๊มต่างชาติถึงต้องขึ้นราคาน้ำมันได้? ข้อมูลจาก LH Bank ระบุว่า "ค่าการตลาด" (Marketing Margin) หรือรายได้ที่ปั๊มได้รับหลังจากหักต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นและภาษีต่างๆ คือหัวใจสำคัญ

  • โดยปกติค่าการตลาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 2.00 - 2.50 บาทต่อลิตร * แต่เมื่อรัฐบาลสั่ง "ตรึงราคา" โดยใช้กองทุนน้ำมันฯ เข้ามาชดเชย บางครั้งค่าการตลาดอาจถูกกดต่ำลงเหลือไม่ถึง 1.50 บาท
  • สำหรับปั๊มที่มีธุรกิจ Non-Oil (กาแฟ, ร้านสะดวกซื้อ) แข็งแกร่ง อาจพออยู่ได้ แต่สำหรับปั๊มที่เน้นขายน้ำมันเป็นหลัก การตรึงราคาคือการขาดทุนทางบัญชีทันที

สงคราม หรือ โครงสร้าง?

ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันขยับ เรามักชี้เป้าไปที่ "สงคราม" ในตะวันออกกลาง แต่นั่นเป็นเพียง "ปัจจัยภายนอก" ที่มากระทบ ปัจจัยภายในที่แท้จริงคือ "โครงสร้างตลาดน้ำมันไทย" ที่ผสมผสานระหว่างปั๊มที่มีภารกิจของรัฐ (ปตท.) กับปั๊มเอกชนข้ามชาติ (Shell/Caltex) เมื่อเกิดวิกฤติเราจึงเห็นภาพการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ซึ่งการที่ Shell และ Caltex ขึ้นราคา อาจเป็นเพราะความกังวลเกี่ยวกับ “ต้นทุนใหม่" ในอนาคตที่ต้องไปซื้อหามาทดแทนด้วยราคาแพงขึ้น เนื่องจากไม่มีรัฐหนุนหลังนั่นเอง

ทั้งนี้ ล่าสุด "อนุทิน ชาญวีรกูล" ระบุว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชน อีกครั้งหนึ่ง โดยประกาศสำคัญ คือ ปั๊ม ปตท. ทุกปั๊ม จะถูกกำหนดให้ขายน้ำมันดีเซล ที่ลิตรละ 29.94 บาท

ที่มา : กระทรวงพลังงาน ,วิจัย LH Bank

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะลึก 5 เสือ เจ้าตลาดน้ำมันไทย ใครเป็นใคร? ในวันที่ช่องแคบฮอร์มุซระอุ - ราคาน้ำมันขยับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...