โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวช็อก! แฟนแบมือขอเงิน 3 แสนช่วยออกค่าสินสอด อ้างแต่งไปแม่ก็คืน ถามใจ นี่คู่ชีวิตหรือหุ้นส่วนธุรกิจ?

เดลินิวส์

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 08.44 น. • เดลินิวส์
เมื่อความรัก 5 ปีสะดุดปม

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. สาวตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ Pantip ระบายความเครียด หลังแฟนหนุ่มขอให้ช่วยออกเงินค่าสินสอด 5 แสนบาท โดยให้เหตุผลว่า “แต่งไปก็ได้เงินคืนมาเป็นเงินตั้งตัวเราสองคน” จุดประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสมและความพร้อมก่อนใช้ชีวิตคู่

ผู้ตั้งกระทู้เล่าว่า คบหากับแฟนมานาน 5 ปี และมีแผนจะแต่งงานกันในปีหน้า โดยทางครอบครัวฝ่ายหญิงเรียกสินสอด 500,000 บาท แต่ยืนยันว่าจะคืนเงินทั้งหมดให้คู่บ่าวสาวเพื่อนำไปเป็นทุนตั้งต้นชีวิตคู่

อย่างไรก็ตาม แฟนหนุ่มมีเงินเก็บเพียง 200,000 บาท ก่อนเข้ามาพูดคุยกับเธอว่า อยากให้ช่วยออกเงินอีก 300,000 บาท เพื่อให้ครบตามจำนวน โดยให้เหตุผลว่าอย่างไรเสีย หลังเสร็จพิธี ครอบครัวฝ่ายหญิงก็จะคืนเงินกลับมาอยู่ดี เปรียบเสมือนการ “หมุนเงิน” เพื่อให้พิธีการเป็นไปตามความสบายใจของผู้ใหญ่

หญิงสาวยอมรับว่า รู้สึกอึ้งและสับสน พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองหลายข้อ อาทิ สินสอดควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายชายเพื่อแสดงความพร้อมหรือไม่ หากต้องนำเงินเก็บของตัวเอง 300,000 บาท ไปวางในงานแต่งของตนเอง จะดูแปลกหรือไม่ รวมถึงแฟนยังเสนอแนวทางให้ “หารคนละครึ่ง” คนละ 250,000 บาท เพื่อไม่ให้เขารู้สึกกดดันเกินไป

เธอยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เริ่มลังเลว่า ชายคนนี้คือคนที่สามารถฝากชีวิตไว้ได้จริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วตนเองกำลังคิดมากและใจแคบเกินไป

กระทู้ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นพูดคุยในโลกออนไลน์ สะท้อนมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับธรรมเนียม “สินสอด” บทบาทความรับผิดชอบของคู่รัก และความพร้อมทางการเงินก่อนก้าวสู่ชีวิตคู่ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...