โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘เจ้าของรถคลาสสิค’ แจ้งความเอารถเข้าอู่ทำสี-ช่วงล่าง ฝ่ายช่างเบิกเงินเฉียดครึ่งล้าน ก่อนเผ่นหนีหาย

เดลินิวส์

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 3.58 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
2 หนุ่มเจ้าของรถโบราณสุดคลาสสิค โร่แจ้งความ สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี อ้างนำรถมาเข้าอู่หวังทำให้สีให้เหมือนใหม่ ซ้อมช่วงล่างให้วิ่งได้นิ่ม ๆ ฝ่ายช่างเบิกเงินไปแล้วเฉียดครึ่งล้าน สุดท้าย ปิดร้านหนีหายเข้ากลีบเมฆ

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายราชช์เกียรติ์ ศรีสุระพล อายุ 24 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เจ้าของโรงเลื่อยและเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อ ซีตรอง รุ่นds 21 สีฟ้า ทะเบียน 9 ข 6006 กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายมนตรี ทองวณิช อายุ 45 ปี เจ้าของร้านตัดผมและเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดัสสัน ปี ค.ศ.1966 รุ่นB10 สีขาว ทะเบียน 3 ขบ 7710 กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ธนกฤต ศาลางาม รอง สว.สอบสวน สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี กรณีนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ที่ถนนคลองบางไทร หมู่11 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

โดยเจ้าของอู่ทำสีได้เบิกเงินล่วงหน้ากับ นายราชช์เกียรติ์ ไปแล้วเกือบ 5 แสนบาท สุดท้ายปิดอู่ ปิดเบอร์โทรศัพท์ ทิ้งรถไว้ให้ดูต่างหน้า คาดว่าน่าจะมีผู้เสียหายหลายราย จึงอยากให้เจ้าทุกข์รายอื่น ๆ มาแจ้งความ ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ให้คำแนะนำว่า เป็นคดีผิดสัญญาจ้าง (คดีแพ่ง) ไม่เข้าข่ายคดีอาญา ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้เอง จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่อู่ดังกล่าว พร้อมกับ นายโกวิทย์ เรืองอ่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่11 ต.บางแม่นาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บางแม่นาง และผู้เสียหายทั้งสองราย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบว่าอู่ปิดประตูล็อคกุญแจจากด้านนอก ขณะเดียวกันพบลูกกุญแจวางอยู่บนเสาประตู จึงแจ้งให้เจ้าของที่ทราบ และได้รับอนุญาตให้เปิดเข้าไป โดยภายในอู่พบรถยนต์คลาสสิคจอดอยู่ 2 คัน คันแรกเป็นรถยนต์ยี่ห้อดัสสัน ปี ค.ศ.1966 รุ่น B10 สีขาว ทะเบียน 3 ขบ 7710 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของ นายมนตรี ที่ได้ว่าจ้างให้ช่างทำสีปะผุ เดินสายไฟเครื่องยนต์ใหม่ทั้งคัน

โดยคิดค่าแรงรวมทั้งหมดจำนวน 70,000 บาท แต่เบิกไปแล้ว 40,000 บาท แต่ก่อนหน้านี้ได้ทำการไกล่เกลี่ยต่อหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว และยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โดยทางอู่จะต้องประกอบรถให้อยู่ในสภาพเดิม แต่ทางอู่กลับปล่อยรถทิ้งไว้ในสภาพที่เหลือแต่โครงรถ ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์ยี่ห้อ ซีตรอง ซึ่งเป็นรถของ นายราชช์เกียรติ์ สภาพรถเครื่องยนต์ถูกยก ชิ้นส่วนอะไหล่ถูกลื้อทั้งคันจนเหลือแต่โครงรถ เช่นกัน

โดย นายมนตรี กล่าวว่า รถของตนไม่ได้พัง ขับได้ตามปกติ แต่ต้องการจะเอารถมาทำสีใหม่ เอารถเข้าอู่เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 จนถึงตอนนี้ช่างทำได้แค่ลื้อชิ้นส่วนจนเหลือแต่โครงรถเท่านั้น มีการเบิกเงินล่วงหน้าไปแล้ว 4 หมื่นบาท แต่มีไกล่เกลี่ยและให้โอกาสแล้ว สุดท้ายก็ทิ้งงาน และทิ้งรถไว้ในสภาพเดิม ทั้ง ๆ ที่ตกลงต่อหน้าตำรวจแล้ว เขาก็ยังไม่สนใจ ตอนนี้มีผู้เสียหายที่โดนลักษณะเดียวกันกับตนเพิ่มมาอีกหลายคน ซึ่งตนมองว่าช่างคนดังกล่าวอาจจะเป็นมิจฉาชีพ ตอนนี้รู้สึกแค้นและเสียความรู้สึกอย่างมาก หลังจากนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุด และขอฝากไปถึงช่างด้วยว่า หนีได้ก็หนีไป “อย่าให้เจอแล้วกัน”

ด้านนายราชช์เกียรติ์ เจ้าของรถยนต์ซีตรอง กล่าวว่า เอารถมาซ่อมเมื่อวันที่ 8 พ.ย.68 ตอนนั้นเอารถมาไล่ระบบไฮดรอลิค และช่วงล่าง เพราะรถมันยกขึ้นไม่ได้ ในระหว่างที่เอารถมาซ่อมก็ยังติดต่อช่างได้ตามปกติ จนกระทั่งช่างเบิกเงินค่าซ่อมจำนวน 4 แสนกว่าบาทครบหมดแล้ว ก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ซึ่งตนติดต่อกับช่างได้ล่าสุดเมื่อ 4 วันที่แล้ว และนัดคืนเงินก้อนแรกจำนวน 50,000 บาท พอโทรจี้ เขาก็ไม่คืน จากนั้นช่างเขาก็ลบเฟส บล็อกไลน์ บล็อกเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง

หลังจากที่เห็นสภาพรถแล้วรู้สึกเสียใจมาก ซึ่งรถคันนี้ซื้อมาใช้ได้ประมาณ 1 ปี ตอนนี้ชุดแต่งรถ อะไหล่แทบจะทุกอย่าง หายไปหมดเลย หลังจากนี้จะนำรถกลับ และจะเอาไปทำที่อื่น ส่วนเจ้าของอู่ตนก็จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอฝากไปถึงเจ้าของอู่ด้วยว่า อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เบื้องต้นมีผู้เสียหายแสดงตัวแล้ว 3 ราย ลักษณะเดียวกันคือเบิกเงิน แล้วอ้างโน่นอ้างนี่ สุดท้ายก็หาย สิ่งที่คุณทำอยู่ เจ้าของรถเขาเดือดร้อน ทางที่ดีรีบกลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำจะดีกว่า.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...