‘เจ้าของรถคลาสสิค’ แจ้งความเอารถเข้าอู่ทำสี-ช่วงล่าง ฝ่ายช่างเบิกเงินเฉียดครึ่งล้าน ก่อนเผ่นหนีหาย
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายราชช์เกียรติ์ ศรีสุระพล อายุ 24 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เจ้าของโรงเลื่อยและเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อ ซีตรอง รุ่นds 21 สีฟ้า ทะเบียน 9 ข 6006 กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายมนตรี ทองวณิช อายุ 45 ปี เจ้าของร้านตัดผมและเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดัสสัน ปี ค.ศ.1966 รุ่นB10 สีขาว ทะเบียน 3 ขบ 7710 กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ธนกฤต ศาลางาม รอง สว.สอบสวน สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี กรณีนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ที่ถนนคลองบางไทร หมู่11 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
โดยเจ้าของอู่ทำสีได้เบิกเงินล่วงหน้ากับ นายราชช์เกียรติ์ ไปแล้วเกือบ 5 แสนบาท สุดท้ายปิดอู่ ปิดเบอร์โทรศัพท์ ทิ้งรถไว้ให้ดูต่างหน้า คาดว่าน่าจะมีผู้เสียหายหลายราย จึงอยากให้เจ้าทุกข์รายอื่น ๆ มาแจ้งความ ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ให้คำแนะนำว่า เป็นคดีผิดสัญญาจ้าง (คดีแพ่ง) ไม่เข้าข่ายคดีอาญา ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้เอง จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่อู่ดังกล่าว พร้อมกับ นายโกวิทย์ เรืองอ่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่11 ต.บางแม่นาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บางแม่นาง และผู้เสียหายทั้งสองราย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบว่าอู่ปิดประตูล็อคกุญแจจากด้านนอก ขณะเดียวกันพบลูกกุญแจวางอยู่บนเสาประตู จึงแจ้งให้เจ้าของที่ทราบ และได้รับอนุญาตให้เปิดเข้าไป โดยภายในอู่พบรถยนต์คลาสสิคจอดอยู่ 2 คัน คันแรกเป็นรถยนต์ยี่ห้อดัสสัน ปี ค.ศ.1966 รุ่น B10 สีขาว ทะเบียน 3 ขบ 7710 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของ นายมนตรี ที่ได้ว่าจ้างให้ช่างทำสีปะผุ เดินสายไฟเครื่องยนต์ใหม่ทั้งคัน
โดยคิดค่าแรงรวมทั้งหมดจำนวน 70,000 บาท แต่เบิกไปแล้ว 40,000 บาท แต่ก่อนหน้านี้ได้ทำการไกล่เกลี่ยต่อหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว และยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โดยทางอู่จะต้องประกอบรถให้อยู่ในสภาพเดิม แต่ทางอู่กลับปล่อยรถทิ้งไว้ในสภาพที่เหลือแต่โครงรถ ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์ยี่ห้อ ซีตรอง ซึ่งเป็นรถของ นายราชช์เกียรติ์ สภาพรถเครื่องยนต์ถูกยก ชิ้นส่วนอะไหล่ถูกลื้อทั้งคันจนเหลือแต่โครงรถ เช่นกัน
โดย นายมนตรี กล่าวว่า รถของตนไม่ได้พัง ขับได้ตามปกติ แต่ต้องการจะเอารถมาทำสีใหม่ เอารถเข้าอู่เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 จนถึงตอนนี้ช่างทำได้แค่ลื้อชิ้นส่วนจนเหลือแต่โครงรถเท่านั้น มีการเบิกเงินล่วงหน้าไปแล้ว 4 หมื่นบาท แต่มีไกล่เกลี่ยและให้โอกาสแล้ว สุดท้ายก็ทิ้งงาน และทิ้งรถไว้ในสภาพเดิม ทั้ง ๆ ที่ตกลงต่อหน้าตำรวจแล้ว เขาก็ยังไม่สนใจ ตอนนี้มีผู้เสียหายที่โดนลักษณะเดียวกันกับตนเพิ่มมาอีกหลายคน ซึ่งตนมองว่าช่างคนดังกล่าวอาจจะเป็นมิจฉาชีพ ตอนนี้รู้สึกแค้นและเสียความรู้สึกอย่างมาก หลังจากนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุด และขอฝากไปถึงช่างด้วยว่า หนีได้ก็หนีไป “อย่าให้เจอแล้วกัน”
ด้านนายราชช์เกียรติ์ เจ้าของรถยนต์ซีตรอง กล่าวว่า เอารถมาซ่อมเมื่อวันที่ 8 พ.ย.68 ตอนนั้นเอารถมาไล่ระบบไฮดรอลิค และช่วงล่าง เพราะรถมันยกขึ้นไม่ได้ ในระหว่างที่เอารถมาซ่อมก็ยังติดต่อช่างได้ตามปกติ จนกระทั่งช่างเบิกเงินค่าซ่อมจำนวน 4 แสนกว่าบาทครบหมดแล้ว ก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ซึ่งตนติดต่อกับช่างได้ล่าสุดเมื่อ 4 วันที่แล้ว และนัดคืนเงินก้อนแรกจำนวน 50,000 บาท พอโทรจี้ เขาก็ไม่คืน จากนั้นช่างเขาก็ลบเฟส บล็อกไลน์ บล็อกเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง
หลังจากที่เห็นสภาพรถแล้วรู้สึกเสียใจมาก ซึ่งรถคันนี้ซื้อมาใช้ได้ประมาณ 1 ปี ตอนนี้ชุดแต่งรถ อะไหล่แทบจะทุกอย่าง หายไปหมดเลย หลังจากนี้จะนำรถกลับ และจะเอาไปทำที่อื่น ส่วนเจ้าของอู่ตนก็จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอฝากไปถึงเจ้าของอู่ด้วยว่า อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เบื้องต้นมีผู้เสียหายแสดงตัวแล้ว 3 ราย ลักษณะเดียวกันคือเบิกเงิน แล้วอ้างโน่นอ้างนี่ สุดท้ายก็หาย สิ่งที่คุณทำอยู่ เจ้าของรถเขาเดือดร้อน ทางที่ดีรีบกลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำจะดีกว่า.