โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ขับกลับไม่ถึงบ้าน พ่อค้าทุเรียนวูบดับริมทาง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 02.16 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(9 มี.ค. 69) เวลา 07.00 น. ร.ต.ท.อนุสรณ์ เวียงสิมา รองสารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ริมถนนพหลโยธินขาออก ช่องทางด่วน กม.35+300 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

.

ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะจอดอยู่ริมถนน บริเวณกระบะท้ายบรรทุกทุเรียนเต็มเข่ง ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่ข้างถนนทราบชื่อคือ นายสุธีร์ อายุ 52 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างออกมาจากรถก่อนหน้านี้เพื่อพยายามช่วยเหลือแต่พบว่าเสียชีวิตไปก่อนแล้ว

.

ภรรยาของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่เกิดเหตุด้วยความโศกเศร้า พร้อมให้ข้อมูลว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 21.30 น. สามีขับรถออกจากบ้านไปคัดทุเรียนที่ตลาดสี่มุมเมืองเพื่อมาขายตามปกติ ต่อมาเวลาประมาณ 01.00 น. ยังโทรศัพท์คุยกันอยู่ แต่เมื่อถึงเวลา 03.00 น. ตนโทรหาอีกครั้งสามีก็ไม่รับสายแล้ว จนกระทั่งรุ่งเช้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยโทรมาแจ้งข่าวร้าย ทั้งนี้ ภรรยายังระบุอีกว่าสามีมีโรคประจำตัวหลายโรค และคาดว่าอาการน่าจะกำเริบขณะขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านย่านคลองหลวง พร้อมตัดพ้อด้วยความเสียใจว่า “ถ้าเมื่อคืนให้ลูกชายมาเป็นเพื่อนด้วย สามีก็คงไม่เสียชีวิตแบบนี้”

.

ด้าน ร.ต.ท.อนุสรณ์ เวียงสิมา ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นแพทย์ชันสูตรไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย จึงมอบร่างให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...