โลกป่วนศึกสหรัฐ-อิหร่าน ไทยตั้งรับปีม้าสงคราม GDP หด ตั้งรับวิกฤตพลังงาน
บทความพิเศษ | ศัลยาประชาชาติ
โลกป่วนศึกสหรัฐ-อิหร่าน
ไทยตั้งรับปีม้าสงคราม
GDP หด ตั้งรับวิกฤตพลังงาน
สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน บานปลายไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
เมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ไม่ยอมจำนวนต่อกองกำลังฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการล้างแค้นโจมตีขยายวงกว้าง เน้นจุดที่เป็นฐานการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของโลก
ล่าสุด อิหร่านประกาศวาระสะเทือนโลก ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรือลำใดพยายามแล่นผ่านจะถูกกองกำลังอิหร่านจุดไฟเผา และจะปิดกั้นการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคนี้
สิ้นคำประกาศก้องอ่าวตะวันออกกลางที่ประเทศไทย จัดวงประชุม 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง 12 ชั่วโมงแรก จัดประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล 12 ชั่วโมงถัดมา จัดประชุมข้ามโลกที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีรักษาการ อนุทิน ชาญวีรกูล
หน่วยงานด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ ในนามของทีมไทยแลนด์ ออกมาแถลงข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ไทยพร้อมรับมือได้ทุกมิติ ทั้งทางตรง-ทางอ้อม
โดยเฉพาะจะดูแลราคาพลังงาน การค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างปกติสุข
เรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การสำรองพลังงานอยู่ในระดับ 60 วัน ที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนหรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาก
เอกสารด่วนที่สุดจากนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำเสนอต่อการนายกรัฐมนตรี ปรากฏข้อความวิเคราะห์ไว้ 2 ฉากทัศน์ว่า ฉากทัศน์แรก สงครามกระจายตัวทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และสิ้นสุดลงภายใน 1 เดือนการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบในระยะสั้น
กรณีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ในช่วง 95 – 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ปรับตัวลดลงจาก 2.0% เหลือ 1.6%
ฉากทัศน์ที่ 2 สงครามยกระดับ หรือขยายวงกว้างครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีความยืดเยื้อ โดยช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และไม่สามารถขนส่งน้ำมันผ่านได้ ส่งผลกระทบต่อ Global Supply Chain กรณีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจจะไปอยู่ที่ประมาณ 115-125 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลทำให้ GDP ของไทยในปี 2569 ปรับตัวลดลงจาก 2.0% เหลือ 1.3%
เสียงของรัฐบาลไม่ได้ทำให้นักธุรกิจ นักรัฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ และผู้ประกอบการตัวจริง คลายความหวั่นวิตกลงได้
ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายและวิเคราะห์สงครามครั้งใหม่ไว้ว่า ปีนี้จะเป็นปีม้าสงคราม ความน่ากลัวของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่านวันนี้ ส่งผลให้ราคาทองน่าจะทะลุบาทละ 8 หมื่น ถ้าสงครามยืดเยื้อหลายสัปดาห์โหดร้ายในแง่เศรษฐกิจ
หัวใจสำคัญของสงครามเคลื่อนไปสู่จุดที่ ดร.สุรชาติเห็นว่า การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถือเป็นเส้นเลือดหลักในการขนส่งน้ำมันในตลาดโลก 20% หรือ 1 ใน 5 ของน้ำมัน เท่ากับว่าน้ำมันหายไป 20% ของโลก และตอนนี้สถานการณ์ขยายไปยังการชัตดาวน์โรงผลิตก๊าซธรรมชาติ LNG ของกาตาร์ยิ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น
“ถ้าสถานการณ์การสู้รบยาวไป กลายเป็นวิกฤตพลังงาน เพราะอิหร่านหวังว่าวิกฤตพลังงานแบบนี้จะทำให้เกิดผลกระทบกับโลก และระบบทุนนิยมอเมริกา รวมถึงตะวันตก เพราะมีความจำเป็นต้องใช้พลังงาน ดังนั้น แต่ละประเทศต้องเตรียมรับโจทย์วิกฤตพลังงาน”
นักรัฐศาสตร์ที่เกาะติดการก่อตัวของสงครามอ่าวมายาวนาน ชี้ให้เห็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยว่า เศรษฐกิจไทยเปราะบางอยู่แล้ว ถ้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติก๊าซหุงต้มในครัวเรือนขึ้นราคา ก็จะทำให้ราคาสินค้าราคาอาหาร ค่าขนส่งที่เป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า ขึ้นก็เป็นเงาตามตัว จึงเป็นวงจรที่เกิดผลกระทบใหญ่
“กรณีอย่างไทยที่บอกว่ามีการสำรองน้ำมัน 60 วัน แต่คิดว่าตัวเลขนี้น่าเป็นห่วงว่าถ้าสถานการณ์ยาวออกไป เรื่องการสำรองพลังงานอาจไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือ สินค้าขึ้นราคาจะขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทางเบาลง สิ่งที่จะเป็นผลตามมาคล้ายกับในหลายวิกฤตของโลกที่ชนชั้นกลางจะจนลง ชนชั้นล่างลำบากแน่ๆ” ศ.ดร.สุรชาติกล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เอกชน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ที่วิเคราะห์ฉากทัศน์ กรณีเลวร้ายที่สุดไว้ว่า ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-off หากสงครามยืดเยื้อ-สหรัฐ-อิสราเอลปะทะอิหร่านโดยมีรัสเซียสนับสนุน สงครามทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ยิ่งไปกว่านั้น นักเศรษฐศาสตร์รายนี้มีความกังวลว่ารัฐบาลรักษาการอาจมีปัญหาติดขัดในการนำงบประมาณปกติออกมาใช้จ่าย กรณีที่ต้องตั้งรับวิกฤต
การปรับพอร์ตลงทุนไปสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย เป็นอีกทางเลือกที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด แนะนำนักลงทุนไทย
ไม่นับรวมธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภคที่อยู่ในภาวะการ์ดสูง ตั้งรับเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการคาดเดา เจ้าพ่อมาม่า “พันธ์ พะเนียงเวทย์” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) บอกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางในขณะนี้ประเมินผลกระทบต่อธุรกิจและการส่งออกได้ยากมาก เสี่ยงที่จะลุกลามเป็นเหตุก่อการร้ายในหลายประเทศ จึงต้องตั้งรับค่าขนส่ง ที่จะดันราคาวัตถุดิบให้สูงขึ้น
กลุ่มธุรกิจหลักที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อการขนส่งน้ำมันถูกตัดวงจรคือ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) โดยนายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาฯ มองทางหนี-ทีไล่ ไว้ 5 เส้นทาง กรณีการค้าโลกสะเทือนจากเหตุช็อกภูมิรัฐศาสตร์
1. บริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนขนส่ง เช่น ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาค่าระวาง (Freight Term) พิจารณา Lock rate ระยะสั้น หากเห็นแนวโน้มปรับขึ้น ก็ควรพิจารณาทบทวน Incoterms (ข้อกำหนดมาตรฐานสากลในการส่งมอบสินค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย) เพื่อกระจายความเสี่ยง
2. บริหารความเสี่ยงค่าเงิน เช่น ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (FX Hedging) เจรจาปรับราคาในสัญญาระยะยาว หากต้นทุนพลังงานเพิ่ม
3. บริหารสินค้าคงคลัง และ Lead Time ตรวจสอบคำสั่งซื้อที่ต้องส่งผ่านเส้นทางเสี่ยง เผื่อเวลาขนส่งเพิ่ม 1-2 สัปดาห์ ประสานสายเรืออย่างใกล้ชิด
4. กระจายตลาดส่งออก เช่น ลดการพึ่งพาตลาดที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานสูง เร่งขยายตลาดในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกไกล
5. เตรียมแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan) เช่น ตั้งทีมติดตามสถานการณ์รายสัปดาห์ ประเมิน Worst-case scenario ด้านต้นทุน รักษาสภาพคล่องทางการเงิน
ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือวิเคราะห์ด้วยว่า สงครามครั้งนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อระบบการค้าโลก 3 มิติหลักทั้งด้านราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดันให้ราคาต้นทุนสินค้าพุ่งขึ้น
ผลกระทบมิติถัดมาคือ สะเทือนเสถียรภาพตลาดการเงินโลก ทำให้ค่าเงินผันผวน เงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนนำเข้าเพิ่ม และมิติที่ 3 คือ กระทบต่อคำสั่งซื้อ กระทบชิ่งต่อการค้าโลกยาวนานกว่าครึ่งปี
ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทย แม้ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการค้าและนำเข้าพลังงาน ผลกระทบจะสะท้อนผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ค่าขนส่งและประกันภัยที่ผันผวน ค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่า หากสถานการณ์มีแนวโน้ม “ยืดเยื้อในลักษณะควบคุมความรุนแรง” และจะสร้างความผันผวนต่อระบบการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง ภาคการส่งออกไทย ก็ยังต้องเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า
แนวรบที่อ่าวตะวันออกกลาง ไม่เพียงส่งผลต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการค้าทั่วโลก แต่สะเทือนถึงค่าไฟในทุกครัวเรือนประเทศไทย
เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) วิเคราะห์ประกอบการพิจารณาการบริหารค่าไฟ ให้กระทรวงพลังงานรับทราบว่า การอุดหนุนการตรึงค่าไฟทำได้อย่างเหมาะสม
แต่เมื่อถึงช่วงปลายปี ค่าไฟงวดกันยายน-ธันวาคม 2569 การขึ้นค่าไฟอาจเป็นทางที่ยากจะหลีกเลี่ยง
รัฐบาลรักษาการไม่เต็มคณะ ท้าทายอย่างยิ่งในการฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำซ้อน และรุนแรงที่สุดครั้งนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โลกป่วนศึกสหรัฐ-อิหร่าน ไทยตั้งรับปีม้าสงคราม GDP หด ตั้งรับวิกฤตพลังงาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly