โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกป่วนศึกสหรัฐ-อิหร่าน ไทยตั้งรับปีม้าสงคราม GDP หด ตั้งรับวิกฤตพลังงาน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 02.43 น.

บทความพิเศษ | ศัลยาประชาชาติ

โลกป่วนศึกสหรัฐ-อิหร่าน

ไทยตั้งรับปีม้าสงคราม

GDP หด ตั้งรับวิกฤตพลังงาน

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน บานปลายไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

เมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ไม่ยอมจำนวนต่อกองกำลังฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการล้างแค้นโจมตีขยายวงกว้าง เน้นจุดที่เป็นฐานการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของโลก

ล่าสุด อิหร่านประกาศวาระสะเทือนโลก ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรือลำใดพยายามแล่นผ่านจะถูกกองกำลังอิหร่านจุดไฟเผา และจะปิดกั้นการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคนี้

สิ้นคำประกาศก้องอ่าวตะวันออกกลางที่ประเทศไทย จัดวงประชุม 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง 12 ชั่วโมงแรก จัดประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล 12 ชั่วโมงถัดมา จัดประชุมข้ามโลกที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีรักษาการ อนุทิน ชาญวีรกูล

หน่วยงานด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ ในนามของทีมไทยแลนด์ ออกมาแถลงข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ไทยพร้อมรับมือได้ทุกมิติ ทั้งทางตรง-ทางอ้อม

โดยเฉพาะจะดูแลราคาพลังงาน การค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างปกติสุข

เรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การสำรองพลังงานอยู่ในระดับ 60 วัน ที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนหรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาก

เอกสารด่วนที่สุดจากนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำเสนอต่อการนายกรัฐมนตรี ปรากฏข้อความวิเคราะห์ไว้ 2 ฉากทัศน์ว่า ฉากทัศน์แรก สงครามกระจายตัวทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และสิ้นสุดลงภายใน 1 เดือนการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบในระยะสั้น

กรณีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ในช่วง 95 – 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ปรับตัวลดลงจาก 2.0% เหลือ 1.6%

ฉากทัศน์ที่ 2 สงครามยกระดับ หรือขยายวงกว้างครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีความยืดเยื้อ โดยช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และไม่สามารถขนส่งน้ำมันผ่านได้ ส่งผลกระทบต่อ Global Supply Chain กรณีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจจะไปอยู่ที่ประมาณ 115-125 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลทำให้ GDP ของไทยในปี 2569 ปรับตัวลดลงจาก 2.0% เหลือ 1.3%

เสียงของรัฐบาลไม่ได้ทำให้นักธุรกิจ นักรัฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ และผู้ประกอบการตัวจริง คลายความหวั่นวิตกลงได้

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายและวิเคราะห์สงครามครั้งใหม่ไว้ว่า ปีนี้จะเป็นปีม้าสงคราม ความน่ากลัวของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่านวันนี้ ส่งผลให้ราคาทองน่าจะทะลุบาทละ 8 หมื่น ถ้าสงครามยืดเยื้อหลายสัปดาห์โหดร้ายในแง่เศรษฐกิจ

หัวใจสำคัญของสงครามเคลื่อนไปสู่จุดที่ ดร.สุรชาติเห็นว่า การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถือเป็นเส้นเลือดหลักในการขนส่งน้ำมันในตลาดโลก 20% หรือ 1 ใน 5 ของน้ำมัน เท่ากับว่าน้ำมันหายไป 20% ของโลก และตอนนี้สถานการณ์ขยายไปยังการชัตดาวน์โรงผลิตก๊าซธรรมชาติ LNG ของกาตาร์ยิ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น

“ถ้าสถานการณ์การสู้รบยาวไป กลายเป็นวิกฤตพลังงาน เพราะอิหร่านหวังว่าวิกฤตพลังงานแบบนี้จะทำให้เกิดผลกระทบกับโลก และระบบทุนนิยมอเมริกา รวมถึงตะวันตก เพราะมีความจำเป็นต้องใช้พลังงาน ดังนั้น แต่ละประเทศต้องเตรียมรับโจทย์วิกฤตพลังงาน”

นักรัฐศาสตร์ที่เกาะติดการก่อตัวของสงครามอ่าวมายาวนาน ชี้ให้เห็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยว่า เศรษฐกิจไทยเปราะบางอยู่แล้ว ถ้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติก๊าซหุงต้มในครัวเรือนขึ้นราคา ก็จะทำให้ราคาสินค้าราคาอาหาร ค่าขนส่งที่เป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า ขึ้นก็เป็นเงาตามตัว จึงเป็นวงจรที่เกิดผลกระทบใหญ่

“กรณีอย่างไทยที่บอกว่ามีการสำรองน้ำมัน 60 วัน แต่คิดว่าตัวเลขนี้น่าเป็นห่วงว่าถ้าสถานการณ์ยาวออกไป เรื่องการสำรองพลังงานอาจไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือ สินค้าขึ้นราคาจะขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทางเบาลง สิ่งที่จะเป็นผลตามมาคล้ายกับในหลายวิกฤตของโลกที่ชนชั้นกลางจะจนลง ชนชั้นล่างลำบากแน่ๆ” ศ.ดร.สุรชาติกล่าว

สอดคล้องกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เอกชน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ที่วิเคราะห์ฉากทัศน์ กรณีเลวร้ายที่สุดไว้ว่า ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-off หากสงครามยืดเยื้อ-สหรัฐ-อิสราเอลปะทะอิหร่านโดยมีรัสเซียสนับสนุน สงครามทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ยิ่งไปกว่านั้น นักเศรษฐศาสตร์รายนี้มีความกังวลว่ารัฐบาลรักษาการอาจมีปัญหาติดขัดในการนำงบประมาณปกติออกมาใช้จ่าย กรณีที่ต้องตั้งรับวิกฤต

การปรับพอร์ตลงทุนไปสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย เป็นอีกทางเลือกที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด แนะนำนักลงทุนไทย

ไม่นับรวมธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภคที่อยู่ในภาวะการ์ดสูง ตั้งรับเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการคาดเดา เจ้าพ่อมาม่า “พันธ์ พะเนียงเวทย์” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) บอกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางในขณะนี้ประเมินผลกระทบต่อธุรกิจและการส่งออกได้ยากมาก เสี่ยงที่จะลุกลามเป็นเหตุก่อการร้ายในหลายประเทศ จึงต้องตั้งรับค่าขนส่ง ที่จะดันราคาวัตถุดิบให้สูงขึ้น

กลุ่มธุรกิจหลักที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อการขนส่งน้ำมันถูกตัดวงจรคือ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) โดยนายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาฯ มองทางหนี-ทีไล่ ไว้ 5 เส้นทาง กรณีการค้าโลกสะเทือนจากเหตุช็อกภูมิรัฐศาสตร์

1. บริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนขนส่ง เช่น ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาค่าระวาง (Freight Term) พิจารณา Lock rate ระยะสั้น หากเห็นแนวโน้มปรับขึ้น ก็ควรพิจารณาทบทวน Incoterms (ข้อกำหนดมาตรฐานสากลในการส่งมอบสินค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย) เพื่อกระจายความเสี่ยง

2. บริหารความเสี่ยงค่าเงิน เช่น ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (FX Hedging) เจรจาปรับราคาในสัญญาระยะยาว หากต้นทุนพลังงานเพิ่ม

3. บริหารสินค้าคงคลัง และ Lead Time ตรวจสอบคำสั่งซื้อที่ต้องส่งผ่านเส้นทางเสี่ยง เผื่อเวลาขนส่งเพิ่ม 1-2 สัปดาห์ ประสานสายเรืออย่างใกล้ชิด

4. กระจายตลาดส่งออก เช่น ลดการพึ่งพาตลาดที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานสูง เร่งขยายตลาดในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกไกล

5. เตรียมแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan) เช่น ตั้งทีมติดตามสถานการณ์รายสัปดาห์ ประเมิน Worst-case scenario ด้านต้นทุน รักษาสภาพคล่องทางการเงิน

ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือวิเคราะห์ด้วยว่า สงครามครั้งนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อระบบการค้าโลก 3 มิติหลักทั้งด้านราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดันให้ราคาต้นทุนสินค้าพุ่งขึ้น

ผลกระทบมิติถัดมาคือ สะเทือนเสถียรภาพตลาดการเงินโลก ทำให้ค่าเงินผันผวน เงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนนำเข้าเพิ่ม และมิติที่ 3 คือ กระทบต่อคำสั่งซื้อ กระทบชิ่งต่อการค้าโลกยาวนานกว่าครึ่งปี

ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทย แม้ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการค้าและนำเข้าพลังงาน ผลกระทบจะสะท้อนผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ค่าขนส่งและประกันภัยที่ผันผวน ค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่า หากสถานการณ์มีแนวโน้ม “ยืดเยื้อในลักษณะควบคุมความรุนแรง” และจะสร้างความผันผวนต่อระบบการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง ภาคการส่งออกไทย ก็ยังต้องเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า

แนวรบที่อ่าวตะวันออกกลาง ไม่เพียงส่งผลต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการค้าทั่วโลก แต่สะเทือนถึงค่าไฟในทุกครัวเรือนประเทศไทย

เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) วิเคราะห์ประกอบการพิจารณาการบริหารค่าไฟ ให้กระทรวงพลังงานรับทราบว่า การอุดหนุนการตรึงค่าไฟทำได้อย่างเหมาะสม

แต่เมื่อถึงช่วงปลายปี ค่าไฟงวดกันยายน-ธันวาคม 2569 การขึ้นค่าไฟอาจเป็นทางที่ยากจะหลีกเลี่ยง

รัฐบาลรักษาการไม่เต็มคณะ ท้าทายอย่างยิ่งในการฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำซ้อน และรุนแรงที่สุดครั้งนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โลกป่วนศึกสหรัฐ-อิหร่าน ไทยตั้งรับปีม้าสงคราม GDP หด ตั้งรับวิกฤตพลังงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...