โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมนาคม ย้ำความปลอดภัยสูงสุด ปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100% บนพื้นที่พระราม2

JS100

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 00.48 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 00.47 น. • JS100:จส.100
คมนาคม ย้ำความปลอดภัยสูงสุด ปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100% บนพื้นที่พระราม2

กรณีมีความกังวลของประชาชนต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 บนถนนพระราม 2 โดยเฉพาะประเด็น “การปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100%” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความหมายของการปิดพื้นที่ 100% ที่มีการแถลงข่าวก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายถึงการปิดถนนพระราม 2 ทั้งเส้น หรือปิดการจราจรอย่างถาวร แต่เป็นการปิดเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย เพื่อให้การดำเนินงานมีความปลอดภัยสูงสุด และกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ และยังคงเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณามาตรการลงโทษหรือขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หากพบการกระทำผิด และความปลอดภัยต้อง 100% ไม่ใช่ความสะดวกของผู้รับเหมา

กระทรวงคมนาคมจะไม่ยอมให้มีการก่อสร้างที่สร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนน เช่น การยกวัสดุเหนือแนวการสัญจร หรือการปล่อยให้โครงสร้างที่เสียหายอยู่ใกล้เส้นทางจราจร โดยไม่ปิดกั้นพื้นที่อย่างเหมาะสม แม้การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก จึงได้สั่งการให้กรมทางหลวงบริหารจัดการจราจรอย่างรัดกุมในช่วงซ่อมแซม

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้จัดทำแผนบริหารจัดการจราจรอย่างละเอียด ในช่วงรื้อถอนพื้นสะพานและซ่อมแซมโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเครนถล่ม บริเวณช่วงกิโลเมตรที่ 29+100 ถึงกิโลเมตรที่ 32+100 ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร โดยในช่วงปกติ ถนนพระราม 2 มีช่องทางหลัก 3 ช่องจราจร และช่องทางขนานอีก 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง รวม 5 ช่องจราจร แต่ในช่วงซ่อมแซมจะปิดช่องทางหลักทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยในการรื้อถอนสะพานและการเทคอนกรีตเชื่อมโครงสร้าง พร้อมเปิดให้ใช้ช่องทางขนาน 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง รวม 4 ช่องจราจรทั้งสองฝั่ง

ประเมินว่า ความสามารถรองรับปริมาณรถจะลดลงประมาณ 60% และในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจเกิดแถวรถสะสมยาวราว 4 กิโลเมตร จึงจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาจราจรประจำจุดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับจุดเข้า-ออกและกายภาพของทางเชื่อม เพื่อลดปัญหาคอขวด

ทั้งนี้ จะกำหนดแผนการทำงานให้กระชับ ปิดช่องทางหลักเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็น บางวันอาจเปิดช่องทางหลักเพียงทิศทางเดียว หรือจัดเป็นช่องทางพิเศษ เพื่อช่วยระบายการจราจร และลดผลกระทบต่อประชาชน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รื้อย้ายซากเครนและชิ้นส่วนที่เสียหายออกจากพื้นที่แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินงาน 2 ส่วนสำคัญ คือ การรื้อถอนพื้นสะพานที่ได้รับความเสียหาย และการเทคอนกรีต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...