โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กกต.เนปาลรับรองผลเลือกตั้ง พรรคของ “บาเลน ชาห์” คว้าชัยถล่มทลาย

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มีนาคม 2569 เวลา 6.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
พรรคสายกลางของอดีตแร็ปเปอร์ชื่อดัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งเนปาลประกาศผลอย่างเป็นทางการ ของการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ 275 ที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎรเนปาล ซึ่ง 165 ที่นั่ง จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ส่วนที่เหลือ 110 ที่นั่ง จะเป็นไปตามระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วน

ทั้งนี้ พรรครัสตรียา สวาตันตรา ( อาร์เอสพี ) หรือพรรคอิสระแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายกลาง ที่มีนายบาเลนดรา ชาห์ หรือ "บาเลน ชาห์" อดีตแร็ปเปอร์ชื่อดังของประเทศ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกตั้งมากที่สุด 125 ที่นั่งแบบแบ่งเขต และ 57 ที่นั่ง จากระบบบัญชีรายชื่อ รวม 182 ที่นั่ง ส่งผลให้พรรคครองเสียงข้างมากในสภา แต่ยังไม่เด็ดขาด เนื่องจากขาดอีกเพียง 2 ที่นั่งเพื่อให้ถึงเกณฑ์ดังกล่าว

หลังจากนี้ บรรดาพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อด้วย ต้องส่งผลการคัดเลือกผู้สมัครในบัญชี กลับมายังคณะกรรมการเลือกตั้ง ภายใน 3 วันทำการ เพื่อคำนวณโควตา ที่รวมถึง การแบ่งสรรตามสัดส่วนกลุ่มชาติพันธุ์

อนึ่ง ชาห์ วัย 35 ปี ใช้ชื่อเสียงจากการเป็นแร็ปเปอร์และฐานแฟนคลับในโซเชียลมีเดีย จนได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีอิสระคนแรกของกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อปี 2565 ก่อนขยายฐานอำนาจสู่การเมืองระดับชาติ และเตรียมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในที่สุด

ขณะที่พรรคคองเกรสเนปาล ซึ่งเป็นพรรคสายกลางเช่นกัน และเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศ ได้รับการเลือกตั้ง 38 ที่นั่ง รวมทั้งสองระบบ ลดลงอย่างมาก เนื่องจากเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งครั้งก่อน

ตามด้วยพรรคมาร์กซิสต์เลนินิสต์สามัคคี ( ยูเอ็มแอล ) หรือพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล ของนายนายเค.พี. ชาร์มา โอลี อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการเลือกตั้ง 25 ที่นั่ง ส่วนพรรคเหมาอิสต์ได้ไป 7 ที่นั่ง

สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ของเนปาล เกิดขึ้น 6 เดือนหลังจากเหตุประท้วงรุนแรง เมื่อเดือนก.ย. 2568 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย โดยมีชนวนเหตุจากเรื่องคอร์รัปชันและเศรษฐกิจที่ย่ำแย่.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...