“รองโฆษกกองทัพเรือ” ยัน 3 ลูกเรือไทย ทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ ซัด ไม่ใช่เรื่องง่าย หลัง "อินฟลูฯ" เสนอนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทย
“รองโฆษกกองทัพเรือ” โต้ มยุรี ปมโบ้ยทร.ไม่แจ้งเตือนเจาะจง ชี้ธรรมเนียมคนเดินเรือย่อมรู้สถานการณ์ ยันทร.เตือนแล้ว 4 ครั้ง ด้าน “เสนาธิการทหารเรือ” ยัน 3 ลูกเรือไทยบนเรือมยุรีนารี ทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ แต่การเข้าช่วยเหลือน่าเป็นห่วง เหตุ ยังมีการโจมตีในพื้นที่ ขณะที่ ผบ.ทร. ชี้ การปฏิบัติการในทะเลลึกไม่ใช่เรื่องง่าย ปม อินฟลูฯ เสนอนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทย
วันที่ 13 มี.ค. 69 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พลเรือตรีกรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่เจ้าของเรือ มยุรี นารี โยนความผิดให้กองทัพเรือว่าไม่แจ้งเตือนว่าเส้นทางเดินเรือมีความเสี่ยงห้ามผ่านและไม่มีการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะ ว่า ในเรื่องของการแจ้งเตือนการเดินเรือ ทางกองทัพเรือได้แจ้งเตือนมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดไม่ต่ำกว่า 3 - 4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ซึ่ง เป็นการประกาศเป็นลักษณะที่เรียกได้ว่า Broadcast คือหมายความว่าแจ้งเตือนให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่ว ไม่ใช่ว่าต้องแจ้งตรงไปที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งบริษัทเองก็ต้องรับผิดชอบในการที่จะดูแลความปลอดภัยของตัวเอง จะต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องความปลอดภัยที่ใดบ้างทั้งนี้ทางกองทัพเรือขอยืนยันว่าเรามีการแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลาตามห้วงเวลาที่เหมาะสม
เมื่อถามว่าเจ้าของเรือโต้แย้งว่ากองทัพเรือไม่มีการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะนั้น พลเรือตรีกรจักร์ กล่าวว่า ขอไปตรวจสอบข้อมูลก่อน เพราะเพิ่งจะเคยได้ยินเรื่องนี้จากสื่อมวลชนว่าทางเจ้าของเรือได้พูดถึงเรื่องนี้
ส่วนเรื่องการห้ามเดินเรือนั้น ทางกองทัพเรือชี้แจงว่า ห้ามไม่ได้ อันนี้ก็เป็นพาร์ทเป็นเพียงการแจ้งเตือนให้รับทราบว่ามันมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งสมควรจะต้องมีตัดสินใจตคให้ระมัดระวังการเดินเรือ จริง ๆ แล้วมันมีช่องทางในการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือเนี่ยอยู่ค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวคิดว่าบริษัทเองก็คงจะรู้ว่า พื้นที่ตรงนั้นเนี่ยมันมี เขาเรียกว่าประชาคมของชาวเรือพาณิชย์อยู่ด้วย แล้วมีการช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างเรือรบกับเรือพาณิชย์อยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะเคยได้ยิน UKMTO ซึ่งก็เป็นประชาคมที่รับทราบถึงสถานการณ์ที่ อ่าวเปอร์เซียและทะเลอาระเบีย ซึ่งก็มีการแจ้งเตือนอยู่ตลอด
เมื่อถามว่ากองทัพเรือมองอย่างไรที่ทางบริษัทเจ้าของเรือโทษทางทหารที่ไม่แจ้งเตือน ทางรองโฆษกกองทัพเรือระบุว่า อาจจะยังไม่สามารถบอกได้ แต่ขออนุญาตไปตรวจสอบก่อนว่าเจ้าของเรือพูดว่าอย่างไรบ้าง ซึ่งข่าวออกอยู่เยอะแยะมากมาย ทั้งยังมีช่องทางเฉพาะด้วยซ้ำไป มันมีข่าวสารมากมายเรื่องนี้ ผมคิดว่าทางบริษัทมีวิจารณญาณเองว่าจะตัดสินใจก็ต้องดำเนินการอย่างไร อันนี้อาจจะเป็นเรื่องประกันเขาก็ได้เราไม่ทราบ หรืออาจจะมีประเด็นอื่น ๆ ที่ที่อาจจะเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของประกันก็ได้
ขณะเดียวกันทางกองทัพเรือยืนยันเรื่งการออกประกาศแจ้งเตือน 4 ฉบับตั้งแต่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งการออกประกาศ 4 ครั้ง ก็ถือว่าถี่พอสมควร
“เสนาธิการทหารเรือ” ยัน 3 ลูกเรือไทยบนเรือมยุรีนารี ทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ แต่การเข้าช่วยเหลือน่าเป็นห่วง
พลเรือเอกธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีเรือสินค้า มยุรีนารี ซึ่งมีลูกเรือเป็นชาวไทย ประสบเหตุอันตรายในน่านน้ำระหว่างประเทศเขตติดต่อบาห์เรนและโอมาน ซึ่งเป็นพื้นที่ความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธจากทางฝั่งอิหร่าน จากลูกเรือทั้งหมด 23 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือให้ออกมาอยู่ในเขตปลอดภัยได้แล้ว 20 คน ส่วนอีก 3 คน ซึ่งเป็นช่างเครื่อง ยังคงติดค้างอยู่บนเรือ เบื้องต้นยืนยันว่าทั้ง 3 ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ความยากลำบากคือสถานการณ์ในทะเลที่ยังมีการยิงอาวุธออกมาเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถบุกขึ้นไปบนเรือเพื่อนำตัวออกมาได้ในทันที
สำหรับการดำเนินงานในขณะนี้ กองทัพเรือได้ส่งนายทหารประสานงานไปยัง ศูนย์ผสมทางเรือ (CMF) และประสานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา (บาห์เรน) และกรุงมัสกัต (โอมาน) รวมถึงกองทัพเรือเพื่อนบ้าน เพื่อหาช่องทางเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่เน้นย้ำความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง
นอกจากนี้ กองทัพเรือยังตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันมี เรือสัญชาติไทยปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวรวม 4 ลำรวมเรือมยุรีนารี ซึ่งลำอื่น ๆ ได้เข้าเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ได้มีการออกประกาศแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือให้ใช้ความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตรายนอกเขตอำนาจกฎหมายไทย แต่เป็นไปตามกฎระเบียบเดินเรือสากล
อย่างไรก็ตามด้านกรมเจ้าท่าได้พูดคุยกับบริษัทเจ้าของเรือแล้ว เพื่อให้ร่วมรับผิดชอบและประสานงานกู้ภัยอย่างใกล้ชิด โดยกองทัพเรือยืนยันจะเฝ้าระวังและช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงและลูกเรือไทยในทุกมิติ แม้จะเป็นเรือต่างชาติแต่หากมีคนไทยอยู่ กองทัพพร้อมสแกนพื้นที่เข้าดูแลทันที
ผบ.ทร. ชี้ การปฏิบัติการในทะเลลึกไม่ใช่เรื่องง่าย ปม อินฟลูฯ เสนอนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทย เชื่อ เกินขีดความสามารถของเจ็ตสกีในการฝ่าคลื่น
พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยถึงกรณีเรือสินค้าไทยถูกโจมตีหลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ว่า ขณะนี้ทางกองทัพเรือโอมานแจ้งว่าจะพยายามช่วยเหลือลูกเรือที่ติดค้างอย่างเต็มที่ แต่ด้วยกระแสน้ำทำให้เรือเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ แต่ได้เฝ้าติดตามว่าเรือเคลื่อนที่ไปทิศทางไหน เพื่อติดตามว่าลูกเรือที่ติดค้างเป็นอยู่อย่างไร แต่โดยปกติลูกเรือพาณิชย์จะได้รับการฝึกฝนด้านความปลอดภัยและการเอาชีวิตรอดในทะเลในระดับหนึ่ง จึงคาดหวังว่าลูกเรือจะสามารถดูแลตัวเองและเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม จุดที่เกิดเหตุอยู่นอกเขตอำนาจของประเทศไทย จึงต้องประสานกับประเทศที่เกี่ยวข้อง หากอยู่ในพื้นที่ของประเทศใด ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของประเทศนั้น พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกเรือเป็นหลัก
พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตำแหน่งของเรือลำดังกล่าวอย่างต่อเนื่องว่าอยู่บริเวณใด ระหว่างน่านน้ำของประเทศโอมาน หรือใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และจะประสานประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้เข้าตรวจสอบหรือให้ความช่วยเหลือ โดยไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย และมีการประสานงานกันผ่านความร่วมมือด้านกองทัพเรือ เช่น การประชุมความร่วมมือกองทัพเรือในมหาสมุทรอินเดีย หรือ Indian Ocean Naval Symposium หรือ IONS ซึ่งไทยเคยดำรงตำแหน่งประธานเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้การติดต่อประสานงานกับประเทศต่าง ๆ เป็นไปได้สะดวกขึ้น
ส่วนกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์เสนอจะนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทยกลางทะเล พล.ร.อ.ไพโรจน์ ระบุว่า การปฏิบัติการในทะเลลึกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคลื่นลมในทะเลอาจสูงถึง 2–3 เมตร ซึ่งอาจเกินขีดความสามารถของเจ็ตสกีในการฝ่าคลื่น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ต้องขอบคุณในความตั้งใจช่วยเหลือของภาคประชาชน
นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของต่างชาติ พล.ร.อ.ไพโรจน์ ยืนยันว่า สนามบินดังกล่าวเป็นสนามบินที่เปิดให้หลายประเทศใช้ในลักษณะมิตรประเทศ เช่น การแวะเติมน้ำมันหรือพักเครื่องบิน และขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร
ทั้งนี้ส่วนฐานทัพเรือพังงา เป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ลึก จึงไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ แม้แต่เรือของกองทัพเรือไทยเองยังต้องมีการขุดลอกล่องน้ำก่อนนำเรือเข้าเทียบท่า