โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กรมเจ้าท่า ยืนยัน ไม่มีเรือชักธงไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ

INN News

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 06.35 น. • INN News

กรมเจ้าท่า ยืนยัน ไม่มีเรือชักธงไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ ชี้มีเพียงเรือสัญชาติสิงคโปร์ 2 ลำพบลูกเรือไทย รวม 36 คน จอดเทียบท่า UAE ขณะกองทัพเรือ ยืนยันติดตามสถานการณ์รายชั่วโมง ยังไม่พบทุ่นระเบิดลอยน้ำ แต่ยากต่อการตรวจสอบ

นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พลเรือตรี จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ถึงการให้ความช่วยเรือเรือไทยที่อยู่บริเวณอ่าวอาหรับ

โดยอธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งเรือมยุรี นารี ได้ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตัวเรือได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือ ซึ่งมีลูกเรืออีก 3 คนอยู่ในสถานะที่ต้องได้รับการค้นหาและช่วยเหลือ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับทางประเทศโอมาน ในการที่จะเข้าช่วยเหลือกู้เรือ

ส่วนกรณีเรือไทยที่ตกค้างอยู่ในเอาอาหรับอีกหรือไม่ ยืนยันว่า ไม่มีเรือไทยที่ชักธง หรือถือสัญชาติไทย อยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัทพรีเชียส ชิพปิ้ง ซึ่งจดทะเสิงคเป็นสัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่มิเประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยเรจำนใน 2 ลำ ซึ่งเป็นคนไทลำแรกมีลูกเรือไทย 14 คน และลูกเรืออินเดีย 8 คน และลำที่ 2 เป็นลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน พร้อมยืนยันว่าเป็นเรือบริษัทของคนไทย แต่จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งสถานะขณะนี้ยังมีความปลอดภัย

ขณะที่พลเรือตรีจุมพล ระบุว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ในส่วนของกองทัพเรือได้สั่งการให้เสนาธิการทหารเรือ ใช้กลไกของในส่วนที่เกี่ยวข้องทางด้านความมั่นคงประสานการปฏิบัติและเฝ้าระวังตั้งแต่กำลังเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในส่วนของการดำเนินการของกองทัพเรือที่ผ่านมาได้มีการออก แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด 4 ฉบับ? โดยฉบับที่ 1 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ฉบับที่ 2 วันที่ 2 มีนาคม ฉบับที่ 3 วันที่? 6 มีนาคม และฉบับที่ 4 วันที่ 10 มีนาคม ซึ่งวันที่ 6 มีนาคม ได้มีการเชิญประชุมผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เดินทางผ่านในพื้นที่นี้

เนื่องจากพบว่าในสถิติของการขนส่งที่ลดลงจาก 183 ลำ เหลือเพียงระดับจำนวนตัวเลขตัวเดียว(3ลำ) เป็นระยะเวลาเร่งด่วน นั่นเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ดี จึงมีการออกคำแจ้งเตือนในวันที่ 9 มีนาคมเนื่องจากกลไกด้านการขนส่งพลังงานทางทะเล ถือเป็นเส้นเลือดสำคัญ ที่กระทบต่อความมั่นคงเพราะฉะนั้นกองทัพเรือในบทบาทของการเฝ้าระวังผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมทางทะเลการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์ มีศูนย์ติดตามสถานการณ์ของกองทัพเรือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) และศูนย์ปฏิบัติการกรมเจ้าท่า ซึ่งได้ทำงานร่วมกันในการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นคำแนะนำต่างๆ ที่ออกมา มีผลทำให้เรือต่างๆ มีความพร้อมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ยืนยันว่า กองทัพเรือ ได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์เป็นรายชั่วโมงโดยตลอดและจัดทำคำแนะนำสำหรับในวันนี้ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถึงเรื่องสถานการณ์วางทุ่นระเบิดปัจจุบันอย่างไม่พบทุ่นระเบิดลอยน้ำได้อย่างใด แต่ ณ ปัจจุบันในเรื่องการตรวจสอบในพื้นที่ทำได้ยาก เนื่องจากเรือ ณ วันนี้ มีการผ่านเพียงแค่ 1 ลำ ที่เหลือจอดที่ท่าทั้งหมด และในพื้นที่มีสภาวะการรบกวน สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ของการกำหนดตำแหน่งที่เรืออุปกรณ์สื่อสาร ระบบดาวเทียม เพราะฉะนั้นการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ต่างๆถือมีความเสี่ยง ซึ่งในรายละเอียดเมื่อวานนี้ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ
ได้ออกมาตรการยกระดับ เป็นพื้นที่ ที่งดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยง 100%

รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ยืนยันว่า ณ วันนี้ไม่มีหรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม คงเหลือเฉพาะเรือบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นในส่วนของกองทัพมั่นจะออกคำแจ้งเตือน ขอให้มั่นใจได้ว่าในส่วนของสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นจากกระทบต่อไทย กองทัพเรือ ได้เฝ้าระวังอย่างเต็มขีดความสามารถร่วมกับกรมเจ้าท่าและศูนย์อำนวยการรักษาความผลประโยชน์ของชาติทางทะเลด้วยความปลอดภัยของทุกคน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...