ศาลปกครอง ยกคำขอ ทุเลาบังคับระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน ยันประชาชนมีทางเลือก
The Bangkok Insight
อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 08.37 น. • The Bangkok Insightศาลปกครองกลาง ยกคำขอทุเลาการบังคับกรณีระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน คปภ. ชี้มาตรการระบุชื่อผู้ขับขี่ช่วยลดภาระเบี้ยประกัน
ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 (กรณีระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) หลังพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เนื่องจากผู้เอาประกันภัยยังคงสามารถเลือกทำประกันภัยรถยนต์ได้ทั้งแบบระบุชื่อและไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากประเด็นเกี่ยวกับคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 กำหนดให้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 5 คน จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 2 คน แต่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นการจำกัดสิทธิบุคคลในการทำสัญญา และยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งนายทะเบียนไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่ง โดยพิจารณาว่าคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าวได้ให้ความเห็นชอบพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อ ผู้ขับขี่ 5 คน ควบคู่กับแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่แก่บริษัทประกันภัยจำนวน 31 แห่ง ส่งผลให้บุคคลสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ได้ทั้งแบบระบุชื่อผู้ขับขี่สูงสุด 5 คน หรือแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ กรณีดังกล่าว จึงยังไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567
สำนักงาน คปภ. ขอเรียนว่า คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 มิได้มีเจตนาบังคับให้ผู้เอาประกันภัยต้องเลือกทำประกันแบบระบุชื่อ ผู้ขับขี่ 5 คน เท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มสิทธิ ให้กับประชาชนที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีจะสามารถได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นกว่าเดิมในอัตราที่เหมาะสม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ขณะเดียวกันมาตรการดังกล่าวยังออกแบบให้มีความยืดหยุ่น โดยแม้กรมธรรม์จะระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นใช้รถ ผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของบุคคลที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้แนวทางดังกล่าว สะท้อนการกำกับดูแลที่พยายามเชื่อมโยงเบี้ยประกันกับพฤติกรรมการใช้รถจริง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เบี้ยประกันมีความเป็นธรรมมากขึ้นแต่ยังเป็นกลไกหนึ่งในการส่งเสริมวินัยจราจรและลดอุบัติเหตุในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คปภ. ถกประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ชี้แจงระดับพฤติกรรมขับขี่ หลังพบส่วนใหญ่ได้แค่ระดับ 1
- คปภ. เตือนรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจัยเสี่ยงเพียบ ต้องมีแผนบริหารความเสี่ยง
- เตือนไว้ก่อน! ประกันไม่คุ้มครอง หากขับรถชนแล้วเป่าแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ติดตามเราได้ที่