โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตำรวจสหรัฐวิสามัญ คนร้ายขับรถชนโบสถ์ยิวในมิชิแกน แรงจูงใจอาจโยงสงคราม

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 03.07 น. • เดลินิวส์
คนร้ายขับกระบะซุกระเบิดพุ่งชนโบสถ์ยิว ในเมืองดีทรอยต์ของรัฐมิชิแกน ก่อนถูกตำรวจวิสามัญดับคาที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า สำนักงานตำรวจเขตออกแลนด์ ในรัฐมิชิแกน ออกแถลงการณ์ว่า เกิดเหตุคนร้ายขับรถกระบะพุ่งชนโบสถ์ยิว "เทมเพิล อิสราเอล" ในย่านเวสต์ บลูมฟิลด์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่ตัวอาคารบางส่วน ซึ่งมีโรงเรียนและศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็ก

ขณะเดียวกัน ผู้ก่อเหตุมีการใช้อาวุธปืนด้วย อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยกกำลังเข้ามาได้อย่างทันท่วงที เพื่อเร่งอพยพประชาชนที่อยู่ภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ทุกคนปลอดภัย

เบื้องต้นพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำโบสถ์ได้รับบาดเจ็บ จากแรงกระแทกของรถยนต์ที่คนร้ายขับพุ่งชน และตำรวจประมาณ 30 นาย มีอาการสำลักควัน ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในการอพยพ

ขณะที่เจ้าหน้าที่วิสามัญผู้ก่อเหตุในที่เกิดเหตุ โดยยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าเป็นใคร แต่ยืนยันว่า จะมีการสอบสวนขยายผลเพื่อค้นหาแรงจูงใจที่แท้จริง

ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า คนร้ายซึ่งเป็นชายน่าจะมีเชื้อสายเลบานอน และมีแนวคิดโกรธแค้นต่ออิสราเอล เนื่องจากการก่อเหตุเกิดขึ้นในช่วงที่สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ยังคงรุนแรง

นอกจากนี้ ในรถยนต์ของผู้ก่อเหตุมีวัตถุระเบิดจำนวนมากด้วย และสภาพศพของคนร้ายถูกไฟคลอก คาดว่าอาจเกิดไฟไหม้ภายในรถยนต์

ส่วนสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ออกแถลงการณ์ ว่าจะสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยสมมุติฐาน "การใช้ความรุนแรงโดยมุ่งเป้าไปที่ชุมชนชาวยิว" ในสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...