โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องแผน ‘บ้านปู’ ยุคสงครามระอุ ถ่านหิน-ก๊าซราคาพุ่ง ดันรายได้พุ่งตาม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สินนท์ ว่องกุศลกิจ

สัมภาษณ์

“ใครที่มี Resource เป็นก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน จะได้ประโยชน์ในช่วงที่พลังงานเป็นของที่มีคุณค่าที่สุด บนโลกนี้ยังต้องการพลังงานทุกรูปแบบ”

บทสัมภาษณ์ของ “นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ทำให้เห็นแผนกลยุทธ์ Energy Symphonics ที่บ้านปูต้องการบาลานซ์ธุรกิจให้เวิร์กที่สุดด้วย 4 Pillars คือ ธุรกิจเหมือง (Mining) ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ (US Gas-BKV) ธุรกิจโรงไฟฟ้า (Power) และธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (Banpu NEXT) และเป็นสิ่งที่บ้านปูโฟกัสจะลงทุนต่อ ตลอดช่วง 4-5 ปีข้างหน้า แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่โลกกำลังระส่ำกับความผันผวนด้านพลังงาน ยิ่งกลับทำให้เห็นถึงความท้าทาย และในอนาคตเราอาจจะเห็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยมากขึ้น หลังจากที่ทุ่มไปกับการลงทุนในต่างประเทศเสียส่วนใหญ่

ลงทุนพลังงานหมุนเวียนในไทย

ปี 2568 เราใช้กลยุทธ์ Energy Symphonics มันคือแนวทางธุรกิจใหม่ที่ผสานพลังงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งก๊าซ ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน เข้าด้วยกันอย่างสมดุล หรือให้มันบาลานซ์กัน ซึ่งจะเป็นโซลูชั่นพลังงานที่ยั่งยืน ในจังหวะที่โลกเริ่มไม่มั่นคงด้านพลังงาน ทำให้ปีที่ผ่านมาเรามีรายได้จากการขายรวม 173,423 ล้านบาท กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 39,108 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 752 ล้านบาท

มาในปี 2569 เรากำลังจะก้าวสู่ BANPU (NewCo) สิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บ้านปูทำการตัดสินใจซื้อหุ้นคืนจากบ้านปูพาวเวอร์ (BPP) กระบวนการทุกอย่างจะเสร็จภายในไตรมาส 2/2569 นี้ และจะนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในไตรมาส 3/2569

ถ้าให้นิยามว่า BANPU NewCo ภาพเป็นอย่างไร ผมจะให้เป็นบริษัทที่ผลิตพลังงานให้โลกโตต่อไปได้ในอนาคต มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และในปี 2030 (2573) เราต้องทำให้ตัวเราเขียวกว่าเดิม ตลอดที่ผ่านมาเราได้ทำการปรับพอร์ตโฟลิโอ โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ การสร้าง EBITDA ให้เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และสร้างรายได้ EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินมากกว่า 50% ให้ได้ภายในปี 2573 การที่เราทยอยลดสัดส่วนตรงนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ด้วยโลกกำลังมุ่งหน้าไปที่ Net Zero เราเองก็ต้องเดินไปด้วย ในหลายโครงการที่กำลังทำอยู่นั้นอาจต้องใช้เวลา แต่จะเห็นมันเกิดขึ้นแน่นอน

อย่างการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ตอนนี้สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเราอยู่ที่ 25% ซึ่งเกือบทั้งหมดเราไปลงทุนต่างประเทศ สำหรับในประเทศเอง ไม่ใช่เราไม่คิด แต่การจะลงทุนทำอะไร มันต้องมีสเกลที่ใหญ่พอ ตอนนี้เรากำลังเวิร์กและศึกษาอยู่ที่ในอนาคตเราจะได้เห็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนบ้านปูในไทย ถามว่าจะเป็นปีไหน ตอบไม่ได้ แต่จะได้เห็นแน่นอน เราก็รอรัฐบาลอยู่

สงครามทำถ่านหินราคาพุ่ง

เรื่องการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เราแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก เริ่มที่ธุรกิจเหมือง เราเกิดจากตรงนี้ แต่จากนี้เราจะทำให้เห็นภาพเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining) อย่างปีที่แล้วเราเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เหมืองถ่านหินในมองโกเลียเป็นปีแรก มีปริมาณการขายอยู่ที่ 1.62 ล้านตัน

ส่วนเหมืองในอินโดนีเซียจัดตั้ง Transformation Office เพื่อดำเนินโครงการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ในปีที่ผ่านมาสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) และเราได้เริ่มลงทุนในธุรกิจนิกเกิลในอินโดนีเซีย เพื่อเข้าถึงแหล่งนิกเกิลคุณภาพสูงระดับต้นน้ำ เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่อุตสาหกรรมแร่แห่งอนาคต ส่วนเหมืองในออสเตรเลีย เราลดต้นทุนเงินสดได้ 75 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 1,670 ล้านบาท)

สงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เราประเมินแล้วว่ามันจะส่งผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินให้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 130 เหรียญ/ตัน จาก 115 เหรียญ/ตัน ซึ่งการขยับแบบนี้ ทำให้เราได้ผลบวกไปด้วย เพราะอาจทำให้แนวโน้ม EBITDA และรายได้ปีนี้เราขยับขึ้นมาดีขึ้น เราจึงตั้งเป้ารายได้เติบโตดีกว่าปี 2568 ที่ทำได้ 173,423 ล้านบาท

เรื่องแผนการลงทุนอื่น ๆ อย่างการควบรวมกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซในประเทศสหรัฐ และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เราเตรียมเงินไว้ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นในส่วนของการเข้าถือหุ้นในบริษัทที่ไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในประเทศแคนาดา

ขายก๊าซในสหรัฐเพิ่ม 6%

ด้านก๊าซธรรมชาติ เราลงทุนแบบที่เรียกว่าครบวงจรในสหรัฐ (U.S. Closed-Loop Gas) อยู่ในแหล่ง Bedrock และรับรู้ผลประกอบการหลังทำธุรกรรมสำเร็จในเดือนกันยายน 2568 ทำให้มีปริมาณการขายก๊าซรวม 305 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และดำเนินแผนปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจโดยรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ 75% ไว้ภายใต้ BKV

ด้านธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (JV) ร่วมกับกองทุน CI Energy Transition Fund I ภายใต้การบริหารของ Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) ประเทศเดนมาร์ก เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจนี้

ธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) อย่างตัวธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เริ่มพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ในจีน คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569

ขณะที่ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในญี่ปุ่น โครงการ Iwate Tono ขนาด 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง รวมถึงลงทุนและเริ่มพัฒนาโครงการ BESS ทั้งในออสเตรเลีย (โครงการ Wooreen และ Kerang) และสหรัฐ (โครงการ Megamouth) ทำให้ในปัจจุบันธุรกิจ BESS มีกำลังการผลิตรวม 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง

โซลาร์รูฟ-แบตเตอรี่ที่เวียดนาม

ส่วนเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) มุ่งสร้างระบบนิเวศ Net Zero ครบวงจรผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในทุกหน่วยธุรกิจ ธุรกิจโซลาร์บนหลังคาและโซลาร์ลอยน้ำ บ้านปู เน็กซ์ ร่วมมือกับอมตะ วีเอ็น และโซลาร์บีเค (SolarBK) พัฒนาโครงการโซลาร์บนหลังคา กำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศเวียดนาม 2 แห่ง ขณะที่ธุรกิจแบตเตอรี่มีกำลังการผลิตในปัจจุบันรวม 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้ารวม 876 คัน

นอกจากนี้ เรายังลงทุนผ่านหน่วยงาน Corporate Venture Capital จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 1.9% ใน Mixx Technologies, Inc. ผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI และอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 1.3% ใน ARC Clean Technology ผู้พัฒนา Advanced Small Modular Reactor (aSMR) เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานไฟฟ้าปลอดคาร์บอนสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น Data Center และผู้ผลิตไฮโดรเจน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องแผน ‘บ้านปู’ ยุคสงครามระอุ ถ่านหิน-ก๊าซราคาพุ่ง ดันรายได้พุ่งตาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...