โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อภิสิทธิ์” จี้รัฐ-ปปง.เร่งส่งฟ้องยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ 9.2 พันลบ. ก่อนครบเดดไลน์ 1 มี.ค.69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 16.20 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 09.20 น.

"พรรคประชาธิปัตย์" จี้รัฐ-ปปง.เร่งส่งฟ้องยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท ก่อนครบเดดไลน์ 1 มี.ค.2569 ชี้เป็นบททดสอบการเมืองสุจริตและศักดิ์ศรีตลาดทุนไทย

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มทุนเทาและขบวนการสแกมเมอร์ ก่อนครบกำหนดมาตรการอายัดทรัพย์

ตามที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท โดยมีระยะเวลาในการยึด อายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 68 - 1 มี.ค.69 ซึ่งจากวันนี้เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้น ในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แม้รัฐบาลรักษาการอาจไม่มีอำนาจโดยตรง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ปปง.ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้การยึดอายัดทรัพย์มีประสิทธิภาพ และสามารถขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมา ยังพบบุคคลหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าวไปมีบทบาทในโครงการอื่น เช่น โครงการสแกนม่านตา โดยยังไม่มีมาตรการป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินอย่างชัดเจน

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคปชป. ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันแต่แรกแล้วว่า กลุ่มที่ถูกอายัดทรัพย์สินนั้น เป็นเพียงส่วนเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงิน แต่ยังมีคนไทยอื่น ๆ สมคบคิดเป็นนอมินีในการสมคบต่างชาติด้วย ดังนั้น ภาครัฐควรดำเนินการต่อเนื่อง และย้ำว่าไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะอยู่ในสถานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็จะเอาจริงเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เสนอความเห็นต่อปปง. ดังนี้

1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธ.ค.68 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอด ๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง

เรื่องนี้จะเป็นการทดสอบ "การเมืองสุจริต" ของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรี และ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และ ทุนเทา

2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และ สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง ม.157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่า เป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง

3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึด อายัด และตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วน ตามเรื่องที่พรรคได้นำเสนอตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน และ กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์ และ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินการในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรี ของตลาดทุนไทย และ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม จึงอยากให้ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...