โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ก.พ.ร. ดัน ‘แพลตฟอร์มบริการรวมศูนย์’ ปั้นท้องถิ่นสะดวก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 05.55 น.

นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เป็นประธานการประชุมหารือการพัฒนาแพลตฟอร์มบริการรวมศูนย์เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ร่วมกับผู้แทนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือสพร. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

โดยมีนายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. และเจ้าหน้าที่ของทั้ง 4 หน่วยงานเข้าร่วมประชุมเพื่อยกระดับการจัดเก็บ ภาษีและค่าธรรมเนียมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังหารือประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แนวทางปลดล็อกข้อจำกัด การทดลองนำร่อง และเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการ หรือ Action Plan และกรอบระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งมีสาระสำคัญจำแนกได้เป็น 2 ประเด็นหลัก ทั้ง ข้อเท็จจริงและข้อจำกัดในการใช้แพลตฟอร์มของทั้ง 3 หน่วยงาน รวมทั้งความเห็นและข้อเสนอแนะ

สำหรับข้อเท็จจริงและข้อจำกัดในการใช้แพลตฟอร์มนั้น จากการพิจารณาพบว่า งานบริการหลายงานสามารถให้บริการบนแพลตฟอร์มกลางได้เพื่อลดความซํ้าซ้อนในการลงทุนของ อปท. แต่ละแห่ง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีแพลตฟอร์มแล้ว การใช้งานจริงยังมีจำนวนน้อย เช่น ระบบ BMA OSS ของ กทม. ที่มีการใช้งานออนไลน์เข้ามาในจำนวนที่ไม่มาก แต่เดินทางมาใช้งานออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่เตรียมให้ ณ ศาลาว่าการ กทม. เป็นต้น

ขณะที่บุคลากร อปท. ยังไม่มีความพร้อมด้านดิจิทัล และโยกย้ายบ่อย รวมทั้งบางส่วนไม่เห็นความสำคัญของการบันทึกข้อมูล และไม่อยากทำงานซํ้าซ้อนหลายรอบ เนื่องจากแพลตฟอร์มของหน่วยงานไม่เชื่อมโยงกัน เช่น การบันทึกข้อมูลซํ้าในระบบบัญชี e-LAAS ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และระบบท้องถิ่นดิจิทัลของ สพร.

เช่นเดียวกับการเก็บค่าใช้จ่ายในการให้บริการแพลตฟอร์มกลาง ทำให้ อปท. จำนวนมากที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ไม่พร้อมเข้าร่วมใช้งาน ซึ่งส่วนกลางยังไม่มีนโยบายสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นดังกล่าว

นางอารีย์พันธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังรับทราบความเห็นและข้อเสนอสำหรับการดำเนินการต่อไป โดยในเรื่องการรวมแพลตฟอร์มเรื่องภาษีท้องถิ่นให้เป็นระบบเดียว ล่าสุดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างพิจารณาควบรวม L-Tax Online กับ Local Service เพื่อลดความซํ้าซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติกับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น e-LAAS

ขณะที่การปรับอัตราค่าใช้บริการแพลตฟอร์ม เช่น ระบบท้องถิ่นดิจิทัล เพื่อจูงใจให้ อปท. เข้าร่วม รวมทั้งการกำหนดนโยบายให้ส่วนกลางสามารถสนับสนุนค่าใช้บริการแทน อปท. เพื่อให้เข้าร่วมและใช้บริการจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ สามารถปรับกฎระเบียบเพื่อเพิ่มรายได้และแรงจูงใจ เช่น การเปิดช่องให้เก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้าได้เป็นรายปี และมีส่วนลดให้กับประชาชน

นอกจากนี้ยังควรเลือกงานที่มีค่าบริการและค่าธรรมเนียมจำนวนมาก เช่น ภาษีป้าย ค่าขยะ หรือภารกิจที่ประชาชนต้องติดต่อ อปท. เป็นประจำ มาทดลองนำร่อง โดยอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมจากบาง อปท. ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้เห็นผลชัดและสร้างแรงจูงใจในการใช้ระบบกลาง รวมทั้งเรียนรู้จากพื้นที่ที่ทำสำเร็จ ใช้โมเดล อปท. ที่ใช้งานดิจิทัลได้ผลจริง และสร้างเครือข่ายช่วยเหลือกัน (buddy system)

อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพในการลดความซํ้าซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ แม้ว่ายังมีอุปสรรคด้านบุคลากร ระบบงาน และกฎหมาย

แต่หากนำร่องโดยการเลือกภารกิจที่มีปริมาณสูงและจำเป็น ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม จะช่วยให้การขับเคลื่อนเกิดผลในทางปฏิบัติ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. จะนำข้อมูลดังกล่าวไปหาข้อมูลจาก อปท. และวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานต่อไป

สำหรับการพัฒนาศักยภาพขององค์กรระดับท้องถิ่นนั้นที่ผ่านมา ก.พ.ร. ได้มีแนวคิดการปรับปรุงโครงสร้างภาครัฐให้มีความเหมาะสม โดยเตรียมปรับขนาดภาครัฐให้มีความกะทัดรัดมากขึ้น เพื่อลดความซํ้าซ้อนของการทำงาน โดยเฉพาะในระดับภูมิภาค หลังตรวจสอบข้อมูลพบว่า ปัจจุบันกระทรวงต่าง ๆ ได้ตั้งหน่วยงานในส่วนภูมิภาคจำนวนมาก

น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้สัมภาษณ์กับฐานเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ว่า ที่ผ่านมาขนาดของหน่วยงานภาครัฐขยายตัวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการที่หน่วยงานส่วนกลาง คือกระทรวงต่าง ๆ ไปตั้งหน่วยงานในส่วนภูมิภาคซํ้าซ้อนไปอีกที ทั้งที่ปัจจุบันมีหน่วยงานภูมิภาคอยู่แล้วที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมากลับมีหน่วยงานจากส่วนกลางไปตั้งกระจายอยู่จำนวนมากและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก

ดังนั้น สำนักงาน ก.พ.ร. จึงพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างราชการใหม่ โดยจะต้องหารือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่าจะหยุดกระบวนการนี้ได้อย่างไร ก่อนจะปรับขนาดให้ลดลง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...