TIDLOR มุ่งผลงานโตสองหลัก ชูเป้าสินเชื่อขยายตัว 5-10%
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 04.04 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - TIDLOR คาดผลงานปี 2569 จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก (Double Digit) จากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ปักหมุดเพิ่มสาขาอีกกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมชูเป้าสินเชื่อเติบโต 5-10% และเบี้ยประกันวินาศภัย โต 5-10% มุ่งคุม NPL ที่ 1.5-1.8% เร่งยกระดับกระบวนการทำงานผ่านเทคโนโลยี AI เสริมแกร่งระยะยาว
นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดกำไรสุทธิปีนี้ จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก (Double Digit) จากสถานการณ์ในปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ระดับ 4,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แม้จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ความไม่แน่นอนของภาษีการค้าสหรัฐ และไม่ได้รวมเข้ามาในแผนการดำเนินงาน ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมสินเชื่อ แต่ในแง่ของกำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
ขณะที่หากไม่ได้นับรวมกับ การที่บริษัทฯ ได้มีการตั้งสำรอง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และการตั้งด้อยค่าของเงินลงทุนในการร่วมค้า (one-time impairment) ในไตรมาส 4/2568 กำไรสุทธิในปีที่ผ่าน น่าจะเติบโตเกิน 20%
อย่างไรก็ดีบริษัทฯ มองว่าโอกาสที่กำไรสุทธิจะเติบโต Double Digit มีค่อนข้างมาก เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ฐานลูกค้ามีการเติบโตที่รวดเร็วสูงกว่าพอร์ตสินเชื่อรวมกว่าเท่าตัว สะท้อนจากภาพรวมปี 2568 กลุ่มบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวม 109,585.6 ล้านบาท เติบโต 5.4% YoY ในขณะเดียวกันจำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 9.0% YoY ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวม สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างมี คุณภาพ และการให้บริการได้มากขึ้น ผ่านการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าปีนี้จะขยายสาขาอีกราว 100 สาขา แม้ปัจจุบันจะมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มการเข้าถึงและ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ผ่านแอปพลิเคชันเงินติดล้อ บัตรติดล้อ และบริการ E-Withdrawal ที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยธุรกิจนายหน้าประกันภัย ก็ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกค่อนข้างมาก
ทั้งนี้หากเศรษฐกิจในภาพรวมปรับตัวดีขึ้น บริษัทฯ ก็จะมีโอกาสลดดอกเบี้ย เพิ่มวงเงินให้กับลูกค้า และกลับไปเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักได้อย่างแข็งแรง ประกอบกับหากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังได้แรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์อีกตัวหนึ่ง
สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตไว้ ดังนี้
- การเติบโตของสินเชื่อ 5 - 10%
- ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม เติบโต 5 - 10%
- อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) คาดอยู่ระดับกลาง 50%
- อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ที่ 5 - 1.8%
- ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost): 5 - 2.8%
*ก้าวสู่ปี 2569 อย่างมั่นใจบนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง
กลุ่มบริษัทประกาศทิศทางการดำเนินงานปี 2569 โดยมุ่งเสริมความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ พร้อมวางยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยมีกลยุทธ์หลัก ดังนี้
- Restore Growth Momentum
เดินหน้าสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ และกำไรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทิศทางที่ดีขึ้นของพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกตั้งแต่ไตรมาส 4/2568
- เสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน (Fortress Balance Sheet)
มุ่งรักษางบดุลที่แข็งแกร่ง ผ่านการตั้งสำรองอย่างรัดกุม การบริหารระดับหนี้อย่างมีวินัย และการดูแลสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่มั่นคง
- กระจายแหล่งรายได้
เร่งขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัย และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และเสถียรภาพของโครงสร้างรายได้ในระยะยาว
- ขับเคลื่อน AI และการปรับปรุงระบบงานสมัยใหม่
เร่งยกระดับกระบวนการทำงานทั้งด้านการเติบโต การปฏิบัติการ และการควบคุมทางการเงิน ด้วยการนำเครื่องมืออัจฉริยะ (Agentic Tools) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน และเสริมความเข้มแข็งด้านธรรมาภิบาล
- การปรับโครงสร้างธุรกิจ
กลุ่มบริษัทอยู่ระหว่างทบทวนแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ InsurTech ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
- การจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation)
การตัดสินใจจัดสรรเงินทุนจะพิจารณาทางเลือกอย่างรอบด้าน ทั้งการเติบโตแบบ Inorganic และการเข้าซื้อกิจการ การจ่ายเงินปันผล และการซื้อหุ้นคืน โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในระยะยาว