เปิดสาเหตุ สมาคมฌาปนกิจฯล้ม คนไม่จ่ายเงินเข้ากองทุน เป็นความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ
เปิดสาเหตุ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ ล้ม จากคนไม่จ่ายเงินเข้ากองทุน เป็นความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ
หลังจากที่มีการเผยแพร่ประกาศนายทะเบียนกลางสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ บอกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในหลายพื้นที่ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละกองทุน เช่น สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ, สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ของผู้ฝากเงิน ธ.ก.ส. สาขาศรีสะเกษ หรือ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ฝากเงินด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นั้น สร้างความตระหนกและความงุนงงให้กับประชาชนอย่างมาก เนื่องจากสมาคมฌาปนกิจฯ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จัดตั้งกันมาเป็นระยะเวลานาน มีการเก็บเงินจากสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งรายเดือน รายปี หรือรายศพที่เสียชีวิตในแต่ละเดือน เพื่อนำเงินที่ได้มา มอบให้กับครอบครัวของสมาชิกผู้เสียชีวิต เป็นการสนับสนุนค่าทำศพ แต่กลับถูกบอกเลิกกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จึงเป็นที่ถกเถียงและตีความไปต่างๆ นานาว่า การเก็บเงินจากสมาชิกในลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่
ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังนางอุดมศิล สุขไสยา ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมู่ที่ 1 ต.พระเสาร์ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร และประธานคณะกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พระเสาร์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การตั้งชมรมหรือสมาคมฌาปนกิจนั้น สามารถจัดตั้งขึ้นได้โดยต้องมีการจดทะเบียนเป็นชมรม หรือสมาคมตามกฎหมาย ดังนั้น ผู้ที่ดูแลจะขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รับรองชมรมหรือสมาคมนั้นๆ อย่างตนที่เป็นสมาชิกและผู้ดูแลสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอมหาชนะชัย และ กองทุนชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข อำเภอมหาชนะชัย โดยมีการขึ้นทะเบียนตรงกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอมหาชนะชัย จ.ยโสธร โดยเดิมทีเป็นการจัดตั้งมาเฉพาะกลุ่ม อสม. เพื่อนช่วยเพื่อน ดูแลค่าทำศพเมื่อสมาชิกเสียชีวิต แต่หลังจากนั้นก็มีแนวคิดในการขยายเปิดให้คนทั่วไปเป็นสมาชิกได้
นางอุดมศิล กล่าวว่า ในการจัดตั้งสมาคมหรือชมรมฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ได้มีการกำหนดแนวทางการเรียกเก็บเงินสวัสดิการที่ชัดเจน ทำให้บางแห่งเก็บเป็นรายเดือน บางแห่งเก็บเป็นรายปี หรือเก็บปีละ 2 ครั้ง หรือเก็บรายครั้งที่มีสมาชิกเสียชีวิต ขณะเดียวกัน แต่ละสมาคมฯ จะเรียกเก็บเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการคำนวณ อย่างที่สาธารณสุขอำเภอมหาชนะชัยมีการคำนวณค่าเฉลี่ยการเสียชีวิตรายปี ออกมาเป็นยอดเงินสวัสดิการที่สมาชิกจะต้องชำระในแต่ละปี แต่บางพื้นที่ก็ใช้วิธีอื่นต่างกันไป
นอกจากนั้น นางอุดมศิล ยังกล่าวว่า การบริหารจัดการเงินสวัสดิการกองทุน ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่รับผิดชอบดูแล ที่จะต้องดูทั้งการมีสมาชิกใหม่ การเรียกเก็บเงินสวัสดิการจากสมาชิกเดิมตามกำหนด บางแห่งใช้วิธีการส่งหนังสือเรียกสมาชิกให้มาชำระสวัสดิการที่สำนักงาน ซึ่งแบบนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหาว่าประชาชนอาจจะไม่ได้รับหนังสือทวงถาม หรือลืมมาชำระเงินสวัสดิการ แต่ทางสาธารณสุขอำเภอมหาชนะชัย ใช้ระบบ อสม. ติดตามเพื่อเรียกชำระเงินสวัสดิการตามกำหนด ทำให้ทางชมรมสามารถเรียกเก็บเงินได้ตามกำหนด จากนั้นหากมีสมาชิกเสียชีวิตก็จะนำเงินนั้น ไปมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อเป็นค่าทำศพ
เมื่อถามถึงสาเหตุที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในพื้นที่อื่นถูกยกเลิกไป นางอุดมศิล กล่าวว่า ตนมองว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละที่ บางพื้นที่รอให้สมาชิกมาจ่ายเงินที่สำนักงาน สุดท้ายก็เกิดปัญหา ส่งผลกระทบให้เงินในกองทุนไม่เพียงพอ อย่างที่ตนเคยเจอกับตัวเอง ที่มีสมาชิกครอบครัวเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งหนึ่ง แต่เมื่อเสียชีวิตกลับไม่ได้เงินตามที่แจ้งเอาไว้ตอนสมัครสมาชิก จึงถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้เป็นสมาชิกไม่สามารถรับทราบได้เลยว่า แต่ละสมาคมมีสถานะการเงินอย่างไร มีการเรียกเก็บเงินสวัสดิการจากสมาชิกครบถ้วนหรือไม่ ยอมรับว่าเป็นความเสี่ยงที่สมาชิกจะต้องยอมรับเอง
อย่างไรก็ตาม นางอุดมศิล กล่าวว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ แห่งอื่นๆ ที่มีการบริหารจัดการดี อย่างที่สาธารณสุขอำเภอมหาชนะชัย ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรในการจ่ายเงินค่าทำศพให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต ดังนั้น แต่ละพื้นที่มีความต่างกันตามการบริหารจัดการ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดสาเหตุ สมาคมฌาปนกิจฯล้ม คนไม่จ่ายเงินเข้ากองทุน เป็นความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th