โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เชิดสิงโตงับหัวโจร จับ“โจโจ้โจรย่องเบา” จนมุมรับสารภาพนำเงินไปเสพยา

สวพ.FM91

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 06.43 น.

สืบนครบาล พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัวนายโจโจ้ อายุ 33 ปี (บุคคลไม่มีทะเบียนราษฎร์) แจ้งข้อหา“ลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน” จับกุมได้ที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69 พบประวัติก่อเหตุจำนวน 9 คดี ทั้งเสพยา,ลักทรัพย์,บุกรุก ฯลฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.69 เวลา 22.00 น. เกิดเหตุโจรเข้ามาขโมยทรัพย์สิน ภายในบ้านนายตำรวจ ระดับ ผกก.สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ย่านประชาชื่น นายโดยทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก , พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และพบร่องรอยการถูกงัดแงะ จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น

โดยยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก จึงวางแผนที่จะจับกุมคนร้ายด้วยตัวเองโดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ.69 คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทว่าคนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มจึงไหวตัววิ่งหลบหนีโดยระหว่างวิ่งหลบหนี “ปั่นประสาท” ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไป ในชุมชนบ่อฝรั่ง ถ.ประชาชื่น รวมการก่อเหตุทั้งสามครั้งได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และ ชุดยาเสพติด บช.น. ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามคนร้าย ทีมสืบสวนแกะรอยเปลี่ยนจากหาคนเป็นหาของกลาง นานเกือบสัปดาห์ กระทั่งได้เบาะแสมาบ้างว่าคนร้าย มีฉายา “โจโจ้”
กระทั่งวันที่ 18 ก.พ.69 ชุดสืบสวนสืบทราบว่าคนร้ายนัดหมายกับกลุ่มเพื่อน เพื่อจะไปมั่วสุมยาเสพติดตามวัด จึงวางแผนกระจายตามวัด โดยทีมสืบสวน(สว.แจ๊ะ)ปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตอยู่ในงานประจำปี ณ วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อสังเกตการณ์ตามล่าคนร้าย กระทั่งพบตัว เข้าประชิดและตะครุบตัวร้ายได้

นายโจโจ้ ให้การรับสารภาพว่า “ชีวิตตนนั้นเริ่มพเนจรหนีออกจากบ้านตั้งแต่ 11 ปี ติดดมกาว และน้อยใจแม่มีสามีใหม่ ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีบัตรประชาชน โดยคดีนี้ตนได้ขึ้นบ้านผู้เสียหายเป็นจำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 3 นั้นมิได้ขโมยสิ่งใดไปเพราะคนที่อยู่ในบ้านรู้ตัวก่อน โดยทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุในคดีนี้ตนเองได้ขายไปหมดแล้ว ” หลังจับกุมตัวได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายและทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...