เรื่องน่ารู้ : เนียง
เนียง เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 5-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใหญ่ ใบแน่นหีบ คลุมลำต้นไว้เป็นส่วนใหญ่ เปลือกเรียบสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา ใบ เป็นช่อแบบขนนกสองชั้น ก้านช่อใบยาว 1.5-8 ซม. ที่ปลายก้านซ่อมีช่อใบแขนงด้านข้าง 1 คู่ ติดตรงกันข้าม ช่อใบแขนงยาว 8-29 ซม. แต่ละช่อมีใบย่อย 2-4 คู่ ขึ้นตรงกันข้ามใบย่อยรูปมน หรือรูปมนแกมรูปขอบขนาน ขนาดแตกต่างกัน กว้าง 3-9 ซม. ยาว 3-20 ซม. ปลายใบยาวเรียวแหลมฐานใบมนและเบี้ยวเล็กน้อย
แผ่นใบเกลี้ยงไม่มีขนตอก สีขาว ขนาดเล็กจำนวน 3-6 ดอก ออกบนช่อกลมเล็กๆ ซึ่งแตกแขนงมาจากช่อใหญ่ ๆ ยาว 7-18 ซม. ช่อดอกโปร่งออกตามง่ามใบของใบแก่ที่หลุดร่วงไปแล้ว กลีบรองกลีบดอกเล็กมาก มี 5 กลีบ โคนกลีบติดกันเป็นหลอดยาว ประมาณ 2 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้จำนวนมาก ยื่นออกมาเป็นพู่เหนือส่วนอื่นๆ ของดอกฝัก แบน ยาว เป็นเกลียวไปทางรูปบรรทัด มีส่วนคอดเว้าระหว่างเมล็ด กว้างประมาณ 3-5 ซม.
เนียง นิยมกินลูกอ่อนเพราะรสชาติมัน รับประทานเป็นผักสด ปอกเปลือกจิ้มน้ำพริก หรือรับประทานร่วมกับอาหารรสเผ็ด ลูกเนียงมีกลิ่นฉุน อร่อย กินได้ทั้งผลอ่อนและแก่ ลูกเนียงเป็นผักที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ ประกอบด้วยสารอาหาร คือ มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน กรดโฟลิค และแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และมีกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 8 ชนิด ส่วนเปลือกหุ้มเมล็ด ผสมยาอื่นต้มกินช่วยแก้โรคเบาหวาน
แม้จะมีประโยชน์แต่ก็เป็นพิษได้เช่นกัน หากรับประทานในปริมาณมาก อาจเป็นอันตราย เนื่องจากในลูกเนียงมีสารพิษที่เรียกว่า "กรดเจงโคลิค” เป็นกรดอะมิโนที่มีกรดกำมะถันสูงมาก สารพิษชนิดนี้ จะทำลายระบบประสาทของไตให้เสื่อมลง บางคนรับประทานแล้วเกิดอาการผิดปกติ หรือเกิดอาการแพ้ เริ่มด้วยมีอาการปวดตามบริเวณขาหนีบปัสสาวะลำบาก ปวดปัสสาวะมาก บางรายไม่มีปัสสาวะ (anuria) ปวดท้องน้อย และปวดหลัง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตสูง หากอาการรุนแรงจะทำให้ไตล้มเหลวจน ถึงเสียชีวิตได้