โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานประกาศนียบัตรแด่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ ณ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 03.29 น. • HELLO! Magazine Thailand
สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปในการพระราชทานประกาศนียบัตร และเข็มตราสัญลักษณ์แก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ รุ่นที่ ๔ และรุ่นที่ ๕ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

วันพุธที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปในการพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มตราสัญลักษณ์แก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ (Health Ambassador) รุ่นที่ ๔ และรุ่นที่ ๕ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ณ ห้องประชุมคอนเวนชันฮอลล์ ชั้น ๖ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน , ดร. ฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานหลักสูตรสื่อสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จ โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กราบทูลรายงานและขอพระราชทานพระอนุญาตให้ประธานหลักสูตรสื่อสุขภาพ รุ่นที่ ๔ และ รุ่นที่ ๕ เข้าเฝ้าถวายเงินโดยเสด็จพระกุศล และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานหลักสูตรสื่อสุขภาพ กราบบังคมทูลเบิกผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รุ่นที่ ๔ จำนวน ๘๖ ราย และรุ่นที่ ๕ จำนวน ๑๐๓ ราย รวม ๑๘๙ ราย เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มตราสัญลักษณ์ ตามลำดับ

หลักสูตรสื่อสุขภาพ (Health Ambassador) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพ ให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ประชาชนอย่างถูกต้องและทั่วถึง โดยเฉพาะการเสริมสร้างความรู้เท่าทันด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาผู้นำด้านสุขภาพที่สามารถเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ และสาธารณสุข ไปยังองค์กร หน่วยงาน และชุมชน อีกทั้งยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างเครือข่ายการสื่อสารสุขภาพ ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสาธารณสุขของไทย หลักสูตรยังได้บูรณาการการเรียนรู้จากโครงการพระราชดำริด้านการแพทย์และการนำนวัตกรรมทางการแพทย์มาสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมทั้งสอดแทรกแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างพื้นฐานสุขภาพที่มั่นคงให้กับประชาชน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ในองค์กรหรือชุมชนของตนอันจะนำไปสู่การขยายองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพสู่บุคลากรในสายวิชาชีพอื่น ๆ อย่างเป็นระบบ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสาธารณสุขของไทย พร้อมยกระดับสู่มาตรฐานสากลและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก อีกทั้งยังเป็นการสนองพระปณิธานการดำเนินงานขององค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน การวิจัย และสถาบันที่ให้บริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง นำไปสู่การสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ยั่งยืนสืบไป

โอกาสนี้ พระราชทานพระโอวาทแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ ความตอนหนึ่งว่า

“ …ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินหลักสูตรสื่อสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างผู้นำที่มีทักษะในการสื่อสารองค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสร้างความรู้เท่าทันด้านสุขภาพ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการป้องกันโรคและการดูแลตนเองของประชาชน

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารมีความหลากหลายและซับซ้อน บทบาทของพวกท่านในการคัดกรองและส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและมีธรรมาภิบาล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขของไทย ข้าพเจ้าปรารถนาให้ทุกท่านตระหนักว่า การเป็นสื่อสุขภาพนั้นมิใช่เพียงการส่งต่อข้อมูลเท่านั้น แต่หมายถึงการเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในชุมชนและองค์กรของท่าน โดยเฉพาะการนำความรู้เกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคไม่ติดต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพประชาชนไทยอยู่ในขณะนี้ ในการป้องกันและการตรวจคัดกรอง ไปขยายผลให้เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษา ตลอดจนการน้อมนำแนวทางตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการพระราชดำริด้านการแพทย์มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนให้กับสุขภาวะของประชาชนอย่างแท้จริง… ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...