“บิตคอยน์” ดิ่งหลุด 65,000 ดอลลาร์ หลังทรัมป์เล็งขึ้นภาษีโลก 15%
"บิตคอยน์" ร่วงกว่า 5% ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีสหรัฐ นักวิเคราะห์ชี้แรงกดดันหลักมาจากวัฏจักรขาลงของตลาดคริปโทและเงินทุนไหลเข้าทองคำกับหุ้น AI
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.36 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 5% หลุดระดับ 65,000 ดอลลาร์ในการซื้อขายวันจันทร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศแผนปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15%
การปรับตัวลงของบิตคอยน์เกิดขึ้นสวนทางกับตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดบวกในช่วงเช้า สะท้อนความแตกต่างของทิศทางระหว่างตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกับตลาดหุ้นในภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนรอบใหม่เกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐ
บิตคอยน์เผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับเหนือ 125,000 ดอลลาร์ และแรงกดดันดังกล่าวลากยาวเข้าสู่ต้นปีนี้ โดยราคาบิตคอยน์ลดลงแล้วราว 26% นับตั้งแต่ต้นปี และร่วงลงกว่า 47% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม**
ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน แมตต์ ฮูแกน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของบริษัท Bitwise ระบุว่า การปรับฐานของบิตคอยน์มีสาเหตุหลักมาจากวัฏจักร 4 ปี ของตลาดคริปโตฯ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นซ้ำในรอบขาลงที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าไม่ได้มีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นหลัก แต่เป็นผลจากการที่นักลงทุนโยกเงินไปลงทุนในทองคำและหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับผู้ถูกเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งในธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างเควิน วอร์ช และความเสี่ยงในเชิงเทคโนโลยีขั้นสูง
ทั้งนี้ Bitwise เป็นผู้จัดการสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ และมีการลงทุนอย่างมากในกองทุน ETF ที่อ้างอิงคริปโทเคอเรนซี
ขณะที่ราคาทองคำสปอตปรับตัวขึ้นกว่า 2% ในวันเดียวกัน สะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนจากทิศทางของบิตคอยน์ ซึ่งมักถูกเรียกว่าทองคำดิจิทัล
ล่าสุด บิตคอยน์ซื้อขายที่ระดับ 64,816.8 ดอลลาร์ ลดลง 5.3% ส่วนอีเธอร์ ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีขนาดใหญ่อันดับสองของโลก ปรับตัวลงเกือบ 6% มาอยู่ที่ระดับ 1,865.7 ดอลลาร์
อ้างอิง : www.cnbc.com