ทบ.ปรับ กองพลคอเขียว หลังปิดตำนาน ร.21 รอ. สู่ ร.902 รอ. ทหารเสือฯ เนเวอร์ดายส์ โฟกัส กองพลสไตรเกอร์ 'ผบ.สังกาศ'-ทีมเวิร์ก ตท.31
รายงานพิเศษ
ทบ.ปรับ กองพลคอเขียว
หลังปิดตำนาน ร.21 รอ. สู่ ร.902 รอ.
ทหารเสือฯ เนเวอร์ดายส์
โฟกัส กองพลสไตรเกอร์
‘ผบ.สังกาศ’-ทีมเวิร์ก ตท.31
หลังจากที่ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ได้ปรับเปลี่ยนไปเป็นกองพลหลัก ที่อยู่ในหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) ในห้วงการเปลี่ยนรัชกาล ในยุคที่บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นแม่ทัพภาค 1 และทำต่อเนื่องมาจนเป็น ผช.ผบ.ทบ. และไปฝึกหลักสูตร “คอแดง” ทหารรักษาพระองค์ และขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มี “ทหารคอแดง” และ ผบ.ทบ. ควบตำแหน่ง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 เอง
ที่กล่าวกันว่าเป็นกุศโลบาย ในห้วงการเปลี่ยนผ่านรัชกาล ให้ราบรื่น และเพื่อป้องกันการรัฐประหาร ที่หวังผลทางการเมือง ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และป้องกันการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ ที่เคยก่อการรัฐประหารมาหลายครั้งในอดีต
พร้อมๆ กับการเคลื่อนย้ายรถถังหลัก จากหน่วยทหารในกรุงเทพฯ ออกไปอยู่หน่วยต่างจังหวัด โดยเฉพาะในส่วนของกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ซึ่งมีกองพันทหารม้าอยู่ในกรุงเทพฯ หลายหน่วย
และมีการโอนย้ายกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.)ไปเป็นหน่วยในพระองค์ ขึ้นกับ ทม.รอ. กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างกำลังรบของกองทัพบก
ในเวลานั้น ส่งผลให้กองทัพบกต้องปรับโครงสร้างใหม่ ด้วยการปรับกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) ซึ่งเคยเป็นกองพลสนับสนุนของกองทัพบก ไม่ใช่กองพลรบหลัก ให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นกองพลรบแทน พล.1 รอ.
ถือเป็นการสร้างกองพลรบที่เป็น “ทหารคอเขียว” มาทดแทนกำลังรบหลักของ พล.1 รอ. ที่เคยถูกขนานนามว่าเป็นกองพลปฏิวัติ ที่กำลัง 2 กรมหลักถูกโอนย้ายไปเป็นหน่วยในพระองค์ และในส่วนกองพลขึ้นตรง ฉก.ทม.รอ.904
พล.ร.11 จึงถูกยกระดับมาเป็นกองพลรบหลัก ของกองทัพภาค 1 แทน เป็นกองพลทหารราบยานเกราะเบา ที่ตั้งอยู่ที่ฉะเชิงเทราและชลบุรี โดยถือว่ากองพลนี้มี พล.อ.อภิรัชต์ เป็นเสมือนผู้ให้กำเนิดในยุคใหม่ จนปรับเปลี่ยนมาเป็นกองพลสไตรเกอร์ และกลายเป็นกองพลทหารคอเขียว ที่มีความทันสมัยที่สุดของกองทัพบก
พล.อ.อภิรัชต์ได้พัฒนา พล.ร.11 มาต่อเนื่องในห้วงหลายปีตั้งแต่เป็นแม่ทัพภาค 1 จนขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในยุคที่มีบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จึงทำให้การพัฒนาเป็นไปตามแผน ทั้งการจัดงบประมาณประจำปีปกติและงบประมาณกลางในการจัดซื้อรถเกราะ Stryker มาประจำการโดยเริ่มจากกรมทหารราบที่ 112 (ร.112) เป็นกรมสไตรเกอร์กรมแรก
อีกทั้งเป็นกองพลที่ พล.อ.อภิรัชต์เคยเป็น ผบ.พล.ร.11 และมี บิ๊กอ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เคยเป็น ผบ.พล.ร.11 ด้วย ทำให้มีการพัฒนาและประสานการฝึกกับกองทัพสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด
กล่าวกันว่า พล.อ.อภิรัชต์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.ในปัจจุบัน ขยับจาก รอง ผบ.พล.ร.11 ขึ้นเป็น พลตรี ในตำแหน่ง ผบ.พล.ร.11 นี้ และมีบทบาทในการสนับสนุนให้ พล.อ.พนาเติบโต จนไปเป็นรองแม่ทัพภาค 1 และไปฝึกหลักสูตรทหารคอแดง ก่อนจะขึ้นฟาสต์แทร็ก เป็นแม่ทัพภาค 1 เพื่อเข้าไลน์ สู่การเป็นห้าเสือกองทัพบก
และขึ้นเป็น ผบ.ทบ. จนทุกวันนี้
จึงส่งผลให้ พล.ร.11 มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามแผนโดยเฉพาะความร่วมมือกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกา จนปัจจุบัน ทบ.ได้รับงบประมาณในการจัดซื้อรถเกราะ Stryker หลายแบบ เพื่อมาประจำการ ร.111 ที่เป็นกรม Stryker กรมที่ 2 ของ พล.ร.11
ปัจจุบันมี ผบ.นัท พล.ต.สังกาศ สร้อยคำ เป็น ผบ.พล.ร.11 ที่สร้างเกียรติภูมิให้ พล.ร.11 จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงทั้งในกองทัพบกและกองทัพไทย จากการบัญชาการการสู้รบเพื่อยึดคืน 3 พื้นที่ คือ บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง จ.สระแก้ว ในยุทธการศตวรรษ เมื่อธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ในฐานะที่เติบโตมาในหน่วยรบ ทั้ง ร.31 รอ. และเป็นผู้การกรมสไตรเกอร์ ร.112
แม้ว่าในอดีต เมื่อครั้งเป็น ผบ.ร.112 พล.ต.สังกาศอาจจะเคยถูก บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ย้ายเข้าประจำ มทบ.11 พร้อมพันเอกอีก 2 นาย เพราะปรากฏภาพไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับนักการเมืองในพื้นที่
ถึงจะมีการชี้แจงว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับหน่วยทหารกับนักการเมืองในพื้นที่ตามประเพณีที่เคยมีมาและเป็นการสร้างมวลชน คนในพื้นที่เพื่อ สนับสนุนหน่วย ที่ตอนนั้นจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ก็ตาม
แต่เป็นที่รู้กันว่าในเวลานั้น พล.อ.ณรงค์พันธ์จำเป็นต้องโยกย้าย เพราะเป็นการขัดต่อนโยบายการเป็นกลางทางการเมือง แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องปกติของการประสานการทำงานระหว่างหน่วยทหารกับฝ่ายการเมืองในพื้นที่ก็ตาม
แต่เมื่อตกเป็นข่าวจึงต้องมีการโยกย้ายออก
พล.อ.ณรงค์พันธ์เป็นผู้จัดวางตัวให้ พล.ต.สังกาศ ซึ่งเติบโตมาจาก ร.31 รอ.ด้วยกัน มาอยู่ พล.ร.11 และในจังหวะที่ พล.อ.พนา ที่ก็เติบโตมาจาก ร.31 รอ.เช่นกัน จึงขยับ พล.ต.สังกาศขึ้น ผบ.พล.ร.11 ตามที่ได้เคยวางตัวไว้ก่อนหน้านี้
โดยตัว พล.ต.สังกาศ เป็นที่รู้กันในกองทัพบกว่าเป็นนายทหารเก่งและมีความสามารถ ไม่ได้ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด แต่ในห้วงสองปีนั้น พล.ต.สังกาศก็เติบโตในทางข้าง เป็นรอง ผอ.สน.ปรมน.จว.มทบ.13
ก่อนที่ต่อมาได้กลับเข้าเส้นทางหลักกลับถิ่นมาเป็นรอง ผบ.พล.ร.11 และขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.11 เมื่อตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา และได้มีโอกาสสำคัญในการนำกองพลสไตรเกอร์ ออกรบกับกัมพูชาด้วยตนเอง
เป็นนายทหารชั้นนายพลอีกคน ที่แม้จะไม่ได้จับปืนไปวิ่งนำลูกน้องเข้ายิงต่อสู้กับทหารกัมพูชา แต่ พล.ต.สังกาศก็อยู่แนวหน้าคอยบัญชาการและแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด ในพื้นที่ตลอดการสู้รบกว่า 20 วัน
โดยมีนายทหารระดับผู้บังคับการกรม ผู้บังคับกองพัน ร่วมบัญชาการอยู่ในพื้นที่ บางหน่วยแม้จะไม่ได้ร่วมรบ แต่ก็มาร่วมเป็นกำลังใจและเพื่อรอคำสั่งเพิ่มเติมหากต้องมีการเสริมกำลัง
เคียงข้าง แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 และ รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาค 1 ที่อยู่ในพื้นที่ตลอดการสู้รบ
พล.ต.สังกาศคอยประสานงานแก้ปัญหาดูแลลูกน้อง และให้กำลังใจ โดยเฉพาะก่อนออกรบจะปลุกใจด้วยการบูม จับมือร่วมกันและประกาศว่าต้องชนะ และทุกคนต้องกลับมาอย่างปลอดภัยเพื่อที่จะกลับบ้านไปด้วยกัน
พล.ต.สังกาศมีบทบาทสำคัญในการวางแผนในการใช้รถเกราะสไตรเกอร์เข้ายึดพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ ไร้ฐานที่มั่นกำบัง จึงต้องใช้รถเกราะนี้เป็นเกราะกำบังให้กับกำลังพลที่เข้าปฏิบัติการยึดคืนแผ่นดินไทย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยากต่อการบุกเข้ายึดและการครองพื้นที่เมื่อยึดได้แล้ว
ที่สำคัญ ยังเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวกัมพูชาที่แปรสภาพกลายเป็นบังเกอร์ของฝ่ายทหารกัมพูชาในการยิงโจมตีทหารไทยออกมาจากบ้านเรือน จึงทำให้ฉากการรบของ พล.ร.11 เป็นการรบในสิ่งปลูกสร้าง ที่เสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตี ทั้งจากอาวุธปืนเล็ก ปืนกล ปืนซุ่มยิงสไนเปอร์ และรวมถึงปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง BM21 ของทหารกัมพูชา
แต่ในที่สุด พล.ร.11 ก็ทำสำเร็จในการเข้ายึดแผ่นดินไทยในสามพื้นที่กลับคืนมา แม้ว่าจะต้องสูญเสียกำลังพลและบาดเจ็บไปหลายนายก็ตาม
บทบาทของ พล.ต.สังกาศ ในห้วงการสู้รบในยุทธการศตวรรษในพื้นที่ จ.สระแก้ว จึงเป็นเสมือนนายพลที่ปิดทองหลังพระอีกคน แต่เป็นที่ชื่นชมตั้งแต่ระดับแม่ทัพภาค 1 ลงมาจนถึงกำลังพล
อันเป็นการสะท้อนถึงการเป็นทหารอาชีพและทหารนักรบของ พล.ต.สังกาศ ได้เป็นอย่างดี
แม้ว่า พล.ต.สังกาศจะเป็นนายทหารเตรียมทหาร 31 จปร.42 แต่เนื่องจากเสียจังหวะไปในห้วงสองปีก่อนหน้านี้ และมีอายุราชการถึงตุลาคม 2573 เท่านั้น
จึงไม่ทันที่จะขยับไปเป็นแคนดิเดตในตำแหน่งต่างๆ กับเพื่อนร่วมรุ่นที่มาแรง ทั้งรองเอิร์ธ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ที่มีบทบาทโดดเด่นตั้งแต่การรบในยุทธการยุทธบดินทร์ในการนำกำลังรบพิเศษยึดคืนภูมะเขือ และมาสนับสนุนกองทัพภาค 1 ในการยึดคืนบ้านหนองจานในยุทธการศตวรรษที่ผ่านมา และถูกจับตามองว่าจะเข้าไลน์สู่ ผบ.นสศ. เทียบเท่าแม่ทัพภาค 5 ในไม่ช้า เข้าสู่เส้นทางเหล็กขึ้นเป็นห้าเสือกองทัพบกและชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ในอนาคต โดยมีอายุราชการถึงตุลาคม 2575
และรองด้วง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ที่ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาค 1 และได้รับมอบหมายให้นำกำลังทหารลงไปปฏิบัติหน้าที่ในชายแดนภาคใต้ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) ที่กำลังจะปรับเปลี่ยนยุทธวิธีในการรับมือกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ ให้เข้มข้นขึ้นตามนโยบายของ ผบ.ทบ.
ซึ่ง พล.ต.ยอดอาวุธก็ถือว่าเป็นความหวังของเตรียมทหารรุ่น 31 ที่จะชิงเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 และเก้าอี้ ผบ.ทบ.ในอนาคตเพราะเกษียณราชการ 2575 เช่นกัน
และยังมี ผบ.ซัน พล.ต.กิตติ ประพิตรไพศาล ผบ.พล.1 รอ. แกนนำรุ่นอีกคน ที่เกษียณ 2575 และอยู่ในไลน์ที่จะชิงเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ทบ. เพราะถือว่ามีบทบาทสำคัญในการศึกรบเขมร เพราะกำลังของ พล.1 รอ. คือ ร.21 รอ. และ ร.31 รอ. ก็ร่วมรบยึดคืนแผ่นดินไทยในครั้งนี้ด้วย
โดยที่ พล.ต.กิตติก็ลงพื้นที่ไปร่วมวางแผนและให้กำลังใจกำลังพลด้วยเช่นกัน
กองทัพบกต้องมีการขยับปรับเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนาม 18 หน่วยทหารรักษาพระองค์ จาก หน่วยในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาเป็น หน่วยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แต่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เปลี่ยนเป็น กรมทหารราบ 902 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.902 ทม.รอ.) นับว่าเป็นเลขมงคลสำหรับบรรดาทหารเสือราชินีทุกนาย
และสำหรับกรมทหารเสือราชินีที่มีประวัติอันยาวนานและโด่งดังในยุคที่ พ.ท.ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช เป็นผู้บังคับกองพัน และเริ่มมีการฝึกหลักสูตรทหารเสือราชินี สร้างทหารแกร่งให้กองทัพบกและทำหน้าที่ในการถวายอารักขาให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์มายาวนาน จากรุ่นสู่รุ่นจนมาสู่ในยุคของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่แม้ไม่ได้เป็นผู้การทหารเสือฯ ร.21 รอ. แต่ก็เติบโตมาใน ร.21 รอ. และเคยเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ.
เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ อดีต ผบ.ทบ. และ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. ที่เป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ. คนต่อไป ล้วนเคยเป็นผู้การกรมทหารเสือและเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ.
ร.21 รอ.เดิม เป็นกรมทหารเสือนวมินทราฯ มีที่ตั้งค่ายนวมินทราชินี ที่ จ.ชลบุรี รู้จักกันในนามบ้านทหารเสือราชินี ถิ่นกำเนิดสำคัญของพี่น้อง 3 ป. บูรพาพยัคฆ์ “ป้อม-ป๊อก-ประยุทธ์” ที่เคยอยู่บ้านหลังเดียวกันอันเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์พี่น้องและมีผลสำคัญต่อขั้วอำนาจกองทัพและการเมืองในเวลาต่อมา
แม้ว่าจะเป็นการปิดตำนาน ร.21 รอ. เช่นเดียวกับ ร.1 รอ. และ ร.11 รอ. ก่อนหน้านี้ แต่มีความแตกต่างกันอยู่บ้างในขั้นตอนรายละเอียด พร้อมกันนี้ก็ยังความปลาบปลื้มให้กับกำลังพลที่ได้รับพระราชทานนามหน่วยใหม่และถือเป็นสิริมงคล กับรหัส 902 ที่ออกเสียงว่า “เก้า – ศูนย์ – โท” ซึ่งเคยเป็นรหัสพระนามเรียกขานของสมเด็จพระพันปีหลวงเมื่อครั้งที่ยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เนื่องจากทรงเป็นองค์ผู้บังคับการกรมกิตติมศักดิ์ของ ร.21 รอ. และเป็นหน่วยทหารที่มีความผูกพันกับพระพันปีหลวงมายาวนาน ในฐานะทหารเสือราชินี
มีการปรับเปลี่ยนสีของเครื่องแบบทหารรักษาพระองค์จากที่เคยใส่สีม่วงซึ่งเป็นสีประจำหน่วยทหารเสือราชินี สีสัญลักษณ์ของหน่วย โดยเปลี่ยนมาเป็น ชุดสีแดง เช่นเดียวกับหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ทม.รอ.) แตกต่างกันที่ปลายแขนและรายละเอียดเล็กน้อยในเรื่องของเครื่องหมาย
นอกจากนี้ ยังทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพล พล.ต.จักรพงษ์ เส-ลา ผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (นถปภ.รอ.) มาดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 21 รักษาพระองค์
จึงถือเป็นการขยับปรับเปลี่ยนอีกครั้งของหน่วยกำลังในกองทัพบก จาก พล.1 รอ. มาส่วนกำลังของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) หรือที่รู้จักกันในนามกองพลบูรพาพยัคฆ์กองพลต้นกำเนิดของพี่น้อง 3 ป. และนายชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพบกอีกหลายคน เนื่องจาก ร.21 รอ. ถือเป็นหน่วยขึ้นตรงของ พล.ร.2 รอ.
และเป็นยุคที่กองพลบูรพาพยัคฆ์ กรมทหารเสือราชินี เพิ่งสร้างผลงานวีรกรรมจากการสู้รบกับกัมพูชาในยุทธการศตวรรษและสามารถยึดคืนแผ่นดินไทยกลับคืนมาได้หลายพันไร่
กองทัพบกนับจากนี้จึงน่าจับตามองอย่างยิ่งในยุคของ พล.อ.พนา ซึ่งเป็น ผบ.ทบ. 3 ปี จากเกษียณตุลาคม 2570 และในยุคที่ พล.ท.วรยส เป็นแม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ. ที่มีแกนนำ ตท.28 ในรุ่นมีบทบาทสำคัญในสายทหารคอแดงนอกกองทัพบก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทบ.ปรับ กองพลคอเขียว หลังปิดตำนาน ร.21 รอ. สู่ ร.902 รอ. ทหารเสือฯ เนเวอร์ดายส์ โฟกัส กองพลสไตรเกอร์ ‘ผบ.สังกาศ’-ทีมเวิร์ก ตท.31
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly