โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ทุ่ม 2 พันล้านอัปเกรดโรงงานสระบุรี รับตลาดเครื่องดื่มโต 3%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 02.54 น.

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เปิดตัว 2 สายการผลิตใหม่สระบุรี ดันกำลังการผลิตรวมพุ่งสู่ 800 ล้านลิตรต่อปี รองรับความต้องการตลาดไทย ปรับกลยุทธ์ดึงการผลิต 'ชา-กาแฟ' กลับสู่ In-house มุ่งบริหารจัดการต้นทุนและซัพพลายเชนอย่างครบวงจร ชูเทคโนโลยี Aseptic และระบบอัตโนมัติ ลดการใช้พลังงาน พร้อมรับการผลิตขวดจากพลาสติกรีไซเคิล

9 กุมภาพันธ์ 2569 – บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการขยายฐานการผลิตด้วยงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อติดตั้งสายการผลิตใหม่ลำดับที่ 5 และ 6 ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต (Infrastructure) ให้รองรับการขยายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำอัดลม (Non-Carbonated Soft Drinks) และตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเฉลี่ย 3% ต่อปี

การลงทุนครั้งใหญ่นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ "Portfolio Transformation" ซึ่งเน้นการปรับเปลี่ยนสัดส่วนสินค้าให้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การย้ายฐานการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมอย่างชาพร้อมดื่ม "ทีพลัส" (TEA+) และกาแฟพร้อมดื่ม "บอส คอฟฟี่" (BOSS Coffee) กลับเข้ามาผลิตเองภายในโรงงานสระบุรี (In-house Production) จากเดิมที่อาจมีการพึ่งพาพันธมิตรภายนอก เพื่อให้สามารถควบคุมมาตรฐานคุณภาพตามแบบฉบับญี่ปุ่นและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุน

นายมาทิแอส วอลลิน รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายซัพพลายเชน ระบุว่าการขยายการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มีผลเพียงแค่การเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่คือการสร้างความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างให้แก่ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในระยะยาว

"การขยาย 2 สายการผลิตใหม่ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและเสริมความแข็งแกร่งของระบบซัพพลายเชนในระยะยาว… 2 สายการผลิตใหม่นี้มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 800 ล้านลิตรต่อปี"

การเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นสู่ระดับ 800 ล้านลิตรต่อปี จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนส่วนแบ่งการตลาดของเป๊ปซี่และน้ำอัดลมอื่น ๆ ในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้กับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ (New Product Development) ให้สามารถออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (Time-to-market) เพื่อชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ในมิติของวิศวกรรมการผลิต นายอากิระ โนจิมะ รองประธานบริหารฝ่ายการผลิต เปิดเผยว่าสายการผลิตใหม่นี้ถูกออกแบบด้วยระบบอัตโนมัติขั้นสูง (Advanced Automation) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะในส่วนของสายการผลิตที่ 5 ที่ใช้เทคโนโลยีการบรรจุแบบปลอดเชื้อ (Aseptic Filling) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตเครื่องดื่มที่ต้องการความสดใหม่และรสชาติที่คงที่

นอกจากความได้เปรียบทางธุรกิจ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยโครงสร้างการผลิตใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อลด Carbon Footprint ผ่านการใช้เครื่องเป่าขวดแรงดันต่ำที่รองรับพลาสติกรีไซเคิล (rPET) และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต

ด้านทิศทางการตลาดนายจูนิชิโร ทาคาตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ชี้ให้เห็นว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น การมีฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นของตนเองจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและเข้าถึงโอกาสในตลาดกลุ่มใหม่ ๆ ได้แม่นยำขึ้น

"ความคล่องตัวในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความแตกต่าง ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต… การลงทุนครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านโรงงานผลิตของบริษัทฯ เอง และเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงความรวดเร็วในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น"

การขยายตัวครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มปริมาณการผลิต แต่เป็นสัญลักษณ์ของการรุกตลาดเครื่องดื่มไทยอย่างเต็มตัวของ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ที่มุ่งหวังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...