โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเชื่อเรื่องอาหารของคนท้องทั้ง 4 ภาค จานไหนควรทาน จานไหนต้องเลี่ยง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 02.22 น.
ทำคลอดของไทยโบราณ จิตรกรรมจากผนังอุโบสถ วัดมหาสมณาราม จังหวัดเพชรบุรี

ความเชื่อเรื่องอาหารของคนท้องทั้ง 4 ภาค

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ เรื่องอาหารการกินมักเป็นสิ่งแรกที่คุณแม่ให้ความสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของทั้งตัวคุณแม่ และลูกน้อยในครรภ์ อีกทั้งพฤติกรรมการทานอาหารมักเปลี่ยนไปจากปกติ บางครั้งมีความอยากอาหารบางอย่างเป็นพิเศษจนต้องหามาทานให้ได้

คนในอดีตก็มีความเชื่อเรื่องอาหารของคนท้องที่บอกต่อกันมา ทั้งของดีที่ควรทาน และของห้ามที่ควรเลี่ยง เพื่อให้คุณแม่ระมัดระวังในการเลือกทานอาหารมากขึ้น

ความเชื่อเรื่องอาหารของคนท้องที่เป็นที่นิยมกันมากคือ การดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อให้ลูกมีผิวพรรณสวย และสะอาดสะอ้าน นอกจากนี้ ในแต่ละพื้นที่ยังมีคำแนะนำ และข้อห้ามที่แตกต่างกันไปตามวิถีชีวิตของแต่ละภูมิภาคในไทย

ทางภาคเหนือมีคำแนะนำให้คุณแม่ทานแกงผักพื้นบ้านที่มีลักษณะลื่นอย่าง “ผักปลัง” ด้วยคติที่ว่า ความลื่นของผักจะช่วยให้เด็กในครรภ์คลอดออกมาได้ง่ายขึ้น ส่วนข้อห้ามคือให้เลี่ยงเมนู “แกงหอยขม” เพราะเกรงว่าเด็กจะตัวใหญ่จนคลอดยาก หรืออาจเกิดภาวะรกพันตัวเด็กได้ รวมไปถึงห้ามทาน “ไข่ค้างรัง” เพราะกังวลว่า จะเป็นลางให้เด็กค้างอยู่ในท้องนานกว่ากำหนด

ในส่วนของภาคอีสานมีแนวปฏิบัติเพื่อให้คลอดง่ายคล้ายคลึงกัน โดยจะเลี่ยงอาหารที่มีลักษณะ หรือคำที่สื่อถึง ความแน่น นานหรือค้างคาเช่น การกินกล้วยคาเครือ หรือกินข้าวเหนียวคาตะขอ (ข้าวเหนียวที่ยังแขวนค้างไว้บนตะขอ) รวมถึงการกินส้มตำ เชื่อว่าจะทำให้คลอดลูกยาก โดยเปรียบเทียบกับขั้วมะละกอที่เหนียว ซึ่งสื่อถึงภาวะที่เด็กติดค้างจนคลอดออกมาไม่สะดวก และอาหารอื่น ๆ ที่ให้เลี่ยง คือ ข้าวจี่ เพราะอาจทำให้ปวดก้นเวลาคลอด และเมล็ดมะขามคั่ว เพราะเกรงว่า จะเจ็บท้องคลอดเป็นเวลานาน

นอกจากเรื่องการคลอดแล้ว คนเฒ่าคนแก่ยังใช้สิ่งที่คุณแม่อยากทานมาเป็นเกณฑ์ทายเพศของเด็กในท้องอีกด้วย หากคุณแม่อยากทานของหวานมากเป็นพิเศษ มักทายกันว่าได้ลูกสาว แต่ถ้าเป็นของคาวอย่าง ลาบเลือด หรือก้อยเนื้อ มักทายกันว่าได้ลูกชาย

ทางด้านภาคกลางมีคำบอกเล่าต่อกันมาว่า การทานอาหารบางอย่างส่งผลต่อการคลอด หรือตัวเด็ก เช่น การเลี่ยงของคาว อย่างปลาไหล หรือเนื้อวัว เพราะคนรุ่นก่อนมองว่า จะทำให้เด็กมีไขเกาะตัวหนาจนคลอดลำบาก รวมถึงจำกัดปริมาณน้ำข้าว เพราะเกรงว่าจะทำให้น้ำคร่ำหนาเกินไป

นอกจากนี้ มีการเตือนเรื่อง อาหารรสจัดโดยเฉพาะรสเผ็ด เพราะกังวลว่า ความร้อนแรงของเครื่องเทศจะส่งผลให้เด็กในครรภ์ไม่สบายตัว

สำหรับภาคใต้มีข้อปฏิบัติที่สืบทอดกันมาว่า ให้งดทานฟักเขียว ฟักทอง ปลีกล้วย และหอย เพราะกังวลว่า จะทำให้รกเปื่อย และไม่ควรทานเนื้อมะพร้าวมากเกินไป เพราะเด็กจะหัวแข็งจนทำคลอดได้ยาก

ส่วนอาหารที่แนะนำ คือ สมุนไพรพื้นบ้านอย่างรากไม้ หมากพลู หรือเปลือกต้นชมพู่ เชื่อว่าช่วยให้คลอดง่าย รวมถึงเน้นให้ทานผลไม้ที่มีประโยชน์เช่น มะเขือเทศ และดื่มนม เพื่อบำรุงสุขภาพคุณแม่ และช่วยให้ลูกเกิดมามีผิวพรรณผุดผ่อง

จากความเชื่อเรื่องอาหารของคนท้องทั้ง 4 ภาค แม้จะดูเคร่งครัดในบางเรื่อง แต่หากมองให้ลึกลงไป จะพบว่า ทุกจานอาหารล้วนซ่อนความรัก และความปรารถนาดีที่คนรุ่นก่อนมีต่อคุณแม่ และเด็กน้อยในครรภ์

อย่างไรก็ตาม นอกจากการดูแลตัวเองตามภูมิปัญญาเดิมแล้ว คุณแม่ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำด้านโภชนาการที่ปลอดภัย และเหมาะสมควบคู่กันไปด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุธรรม นันทมงคลชัย, ภัทรา สง่า, เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป, ระวีวรรณ ชอุ่มพฤกษ์, อำภาพร พัววิไล และ จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ (2546). ประเพณี ความเชื่อเกี่ยวกับการตั้งครรภ์การคลอด และการปฏิบัติตัวของมารดาหลังคลอด ใน 4 พื้นที่ศึกษา 4 ภาคของประเทศไทย โครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความเชื่อเรื่องอาหารของคนท้องทั้ง 4 ภาค จานไหนควรทาน จานไหนต้องเลี่ยง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...