โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบมิจฉาชีพ หลอกชวนทำภารกิจขายแบรนด์เนม สูญเงินกว่า 4.5 แสนบาท พบผู้เสียหายหลายราย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 15.34 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 9 ก.พ. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.)

วันที่ 9 ก.พ. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาวประพาพรฯ อายุ 43 ปี กระทำผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ที่ จ 538/2568 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2568 (สภ.ศีขรภูมิ) สามารถจับกุมได้ที่ บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 18.00 น. ผู้เสียหายพบอินสตาแกรม ซึ่งแสดงสินค้าหรูจำนวนมาก และมีข้อความชักชวนให้กดเข้าร่วมกลุ่มไลน์เพื่อดูสินค้าเพิ่มเติมต่อมา ผู้เสียหายเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ baa.brandname ซึ่งเป็นกลุ่มเปิด มีสมาชิกกว่า 1,000 คน ภายในกลุ่มมีการโพสต์ภาพ โชว์สลิปเงินโอนเข้าบัญชีจำนวนมาก และมีสมาชิกหลายรายโพสต์ข้อความเชิญชวน อ้างว่าสามารถสร้างรายได้จริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจากนั้น มีแอดมินใช้ชื่อว่า admin.jane ติดต่อผู้เสียหายทางไลน์ส่วนตัว และชักชวนให้ทำงานผ่านเว็บไซต์ โดยอ้างว่าเป็นการกดสั่งสินค้าแบรนด์เนมเพื่อโปรโมต และจะได้รับ ค่าคอมมิชชันตามมูลค่าสินค้า

ในช่วงแรก ผู้เสียหายเริ่มทำภารกิจด้วยการโอนเงินจำนวนไม่มากเข้าไปในบัญชีของกลุ่มขบวนการ แต่ต่อมาระบบกลับบังคับให้กดสั่งสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายต้องการหยุดทำงานและขอถอนเงิน แอดมินแจ้งว่าไม่สามารถหยุดได้ ต้องทำภารกิจให้ครบ 40 ครั้ง ก่อนจึงจะถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงจำเป็นต้องทำภารกิจต่อจนครบ 40 ครั้ง โดยระบบแสดงยอดเงินสะสมสูงถึง 919,927 บาท แต่เมื่อขอถอนเงินจริง ระบบกลับแจ้งว่าต้องชำระ “ภาษีต่างประเทศ” ร้อยละ 30 ของยอดถอน เป็นเงินกว่า 275,000 บาท ผู้เสียหายเริ่มสงสัย เนื่องจากเงินที่โอนไปก่อนหน้านี้ถูกส่งไปยังบัญชีบุคคลหลายราย ไม่ใช่บัญชีบริษัทหรือเว็บไซต์ที่มีตัวตนจริง จึงปฏิเสธการโอนเงินเพิ่มเติม แม้แอดมินจะพยายามโน้มน้าวและอ้างว่า ได้ช่วยออกเงินภาษีให้บางส่วนแล้วก็ตาม

ต่อมา ประมาณ 1 สัปดาห์ กลุ่มไลน์ดังกล่าวได้หายไป ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยตรวจสอบพบว่าได้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลต่างๆ รวมถึงบัญชีของนางสาวประพาพรฯ ผู้ต้องหานี้ด้วย รวม 15 ครั้ง ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2567 ค่าความเสียหายทั้งสิ้น 457,600 บาท พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับผู้ต้องหานี้พร้อมพวกไว้ ก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นางสาวประพาพรฯ จะเดินออกจากกรุงเทพมหานครฯ เพื่อไปพิษณุโลก

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบบริเวณจุดจอดรถแห่งหนึ่ง พบชายบุคคลตามหมายจับได้เดินอยู่บริเวณจุดจอดรถดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวพร้อมบัตรข้าราชการและแสดงความบริสุทธิ์ใจพร้อมทั้งได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดูและตรวจสอบเป็นที่พอใจแล้วยอมรับว่าตนเองคือ น.ส.ประพาพรฯ พร้อมทั้งได้แสดงหมายจับ ให้ผู้ถูกจับดู และควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศีขรภูมิ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพ ว่าตนได้เป็นคนเปิดบัญชีดังกล่าวจริง

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...