โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิจัยกรุงศรีคาด กนง.ลดดอกเบี้ยเหลือ 1 % ปีนี้ ลดเงินนำส่ง FIDF ช่วยสภาพคล่อง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 08.26 น.

วิจัยกรุงศรีประเมิน กนง. ลดดอกเบี้ยเหลือ 1% คาดมาตรการลดเงินนำส่ง FIDF ใหม่ ช่วยสภาพคล่องหนุนภาคธุรกิจ จับตาสถานการณ์โลกทั้งญี่ปุ่นและจีนที่อาจกระทบไทย

20 ม.ค. 2569 วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เผยมุมมองเศรษฐกิจไทยและโลก ประจำสัปดาห์ โดยการเมืองญี่ปุ่นอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่นโยบายการเงินล่าสุดของจีนส่งผลบวกจำกัด ส่วนไทยพึ่งแรงหนุนจากนโยบายการเงินมากขึ้น

ไทย :

วิจัยกรุงศรี ระบุว่า กรณีธปท.ลดเงินนำส่ง FIDF เหลือ 0.32% ช่วยพยุงสภาพคล่องระบบการเงินในปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราเงินนำส่งของสถาบันการเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จากเดิม 0.46% ต่อปี เหลือ 0.32% ต่อปี โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569

"การปรับลดเงินนำส่งเข้า FIDF ล่าสุดสะท้อนการผ่อนคลายภาวะการเงินผ่านมาตรการลดต้นทุนของสถาบันการเงินโดยตรง ในบริบทที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวเปราะบาง นโยบายการคลังเผชิญข้อจำกัด และสินเชื่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง มาตรการดังกล่าวจึงช่วยเสริมประสิทธิภาพนโยบายการเงิน นอกเหนือจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย"

อย่างไรก็ตาม วิจัยกรุงศรียังคงมุมมองว่าธปท.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 1 ครั้งสู่ระดับ 1.00% ภายในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่ำกว่าศักยภาพและแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ

โดยมีแนวโน้มใช้นโยบายแบบผสมผสานมากขึ้น ผ่านมาตรการเฉพาะจุด (Targeted Policy) ควบคู่กับดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงการกำกับดูแลกิจกรรมทางการเงินที่มีความเสี่ยงเฉพาะด้าน เช่น การซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อจำกัดความผันผวน และการเก็งกำไรเกินควร อันเป็นการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

ญี่ปุ่น :

สถานการณ์ทางการเมืองของญี่ปุ่นก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังรัฐบาลประกาศว่ามีแผนจะยุบสภาในสัปดาห์นี้โดยคาดว่าจะนำไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การเคลื่อนไหวอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อขยายฐานที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยอาศัยจังหวะที่รัฐบาลยังมีคะแนนนิยมสูงถึง 70% อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากภายในและภายนอกประเทศ

(i) การรวมตัวกันตั้งพรรคใหม่ของฝ่ายค้านในการชิงที่นั่งในสภาฯ

(ii) ความขัดแย้งกับจีนเรื่องไต้หวันหลังจีนประกาศจำกัดการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use) เช่น โดรน ระบบนำทาง รวมถึงแร่หายากบางชนิด

ประเด็นดังกล่าวคาดว่าจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของญี่ปุ่น รวมถึงภาคธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ที่พึ่งพาวัตถุดิบจีน โดยข้อมูลในปี 2567 บ่งชี้ว่าญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีนสูงถึง 70%

จีน :

การส่งออกยังเติบโตดีแม้เผชิญภาษีนำเข้า ขณะที่การผ่อนคลายทางการเงินล่าสุดอาจส่งผลบวกจำกัด จีนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่อ (Relending) ลง 0.25% โดยมีผลวันที่ 19 ม.ค. พร้อมจัดสรรวงเงินกู้ต่อเป็นการเฉพาะให้แก่ SMEs มูลค่า 1 ล้านล้านหยวน

ทั้งนี้ คาดว่าแรงหนุนจากการเร่งส่งออกสินค้าล่วงหน้าในปีนี้อาจอ่อนกำลังลง และยังเสี่ยงเผชิญภาษีนำเข้าเซมิคอนดัคเตอร์และสินค้าสวมสิทธิ์ในระยะข้างหน้า ขณะที่การลดอัตราดอกเบี้ยล่าสุดอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจกลุ่มเปราะบางได้บ้าง แต่ผลบวกต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอาจจำกัด หากยังขาดแรงส่งทางด้านอุปสงค์

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...