โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นักร้องนำ แฉหมดเปลือก พฤติกรรมคนร้าย ก่อนสังหารหัวหน้าวงดนตรี

มุมข่าว

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
นักร้องนำ แฉหมดเปลือก พฤติกรรมคนร้าย ก่อนสังหารหัวหน้าวงดนตรี

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ สภ.ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบปากคำ นายนิรันดร์ (สงวนนามสกุล) หรือ อ๊อด ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลั่นไกสังหาร นายพิเชษฐ์ (สงวนนามสกุล) หรือ หนุ่ม นักดนตรีวงร้ายกาจแบรนด์ พร้อมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการอีก 4 คน ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยตำรวจแยกสอบทีละรายอย่างเข้มงวด ก่อนเตรียมนำตัวทั้งหมดไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว ในวันที่ 21 มกราคม 2569

ขณะเดียวกัน ญาติของผู้ต้องหาทั้งหมดได้เดินทางมานั่งรออยู่บริเวณใต้ต้นไม้ข้างสถานีตำรวจ เพื่อขอเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา โดยภรรยาของนายอ๊อด มือปืน เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน สามีไม่เคยเล่าให้ฟังว่ามีปัญหาหรือความขัดแย้งกับใครมาก่อน จึงไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุครั้งนี้ ทั้งตนและญาติๆ ตัดสินใจไม่ยื่นขอประกันตัว และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของเจ้าหน้าที่

ด้านแม่ของนายวี ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ขับรถบรรทุกพานายอ๊อดไปก่อเหตุ เล่าทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ลูกชายต้องถูกจับกุมในคดีร้ายแรง และถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการปลิดชีพผู้อื่น โดยยืนยันว่าไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน ทราบเพียงว่าลูกชายรู้จักกับนายอ๊อด เนื่องจากต่างทำอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกขนอ้อยเหมือนกัน ทั้งนี้ ตนจะพิจารณายื่นขอประกันตัวลูกชายตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด

ขณะที่ นายจิรายุทธ (สงวนนามสกุล) นักร้องนำวงร้ายกาจแบรนด์ และเพื่อนของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ในวันเกิดเหตุ นายอ๊อดและกลุ่มเพื่อนได้เข้ามานั่งดื่มสุราในร้านในลักษณะเดียวกับลูกค้าทั่วไป ก่อนจะมีการมองหน้ากันในเชิงยั่วยุคล้ายหาเรื่อง ผู้เสียชีวิตจึงเข้าไปพูดคุยและเกิดการโต้เถียงกัน มีผู้อื่นเข้ามาห้ามปรามจนสถานการณ์ยุติลง

อย่างไรก็ตาม นายจิรายุทธ ระบุว่า ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะบานปลายถึงขั้นมีการตามไปก่อเหตุสังหารในภายหลัง โดยลักษณะการก่อเหตุคล้ายมีการวางแผนล่วงหน้า ใช้รถยนต์ขวางทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อไม่ให้ผู้เสียชีวิตหลบหนีได้ ซึ่งมองว่าเป็นความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทั้งที่หากพูดคุยขอโทษกัน เรื่องก็น่าจะจบลงได้โดยไม่ต้องสูญเสียชีวิต

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...