โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตรวจความพร้อมสนามบิน คัดกรอง "ไวรัสนิปาห์" รับมือผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

กรมควบคุมโรค ตรวจความพร้อมการคัดกรอง "โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์" รับมือผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำหนดมาตรการ 3 ระยะ สำหรับสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินจากพื้นที่ระบาด

วันที่ 27 ม.ค. 69 มีรายงานว่า นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 69 เพื่อติดตามความพร้อมในการดำเนินมาตรการคัดกรอง และป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในผู้เดินทางที่มาจากรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรค เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทยและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางสาธารณสุขแก่ประชาชน

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะไวรัสนิปาห์ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตราย จึงได้กำหนดมาตรการควบคุมโรคที่รัดกุม ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างการเดินทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้จริงในทุกขั้นตอน พร้อมย้ำว่า กรมควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมขอความร่วมมือจากสายการบิน ท่าอากาศยาน และประชาชนผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และสังเกตอาการสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่กระจายของโรคในประเทศไทย

ด้าน นายแพทย์โรม บัวทอง ผู้อำนวยการกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้กำหนดมาตราการ สำหรับสายการบินและท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินจากพื้นที่ระบาด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

มาตรการก่อนและระหว่างการเดินทาง

  • ให้ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สวมอุปกรณ์ป้องกันโรค
    ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
  • หากพบผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงมีไข้สูงหรืออาการทางเดินหายใจ ระหว่างการเช็กอินหรือขึ้นเครื่อง ต้องให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (fit to fly certificate)
  • ระหว่างการเดินทาง หากพบผู้โดยสารมีอาการป่วย ให้ผู้โดยสารนั่งอยู่ในที่นั่งตัวเอง ไม่เปลี่ยนที่นั่ง และแจ้งหอบังคับ
    การบินทันที เพื่อประสานด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศปลายทาง
  • ให้สายการบินแจกแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) แก่ผู้โดยสารทุกคนจากพื้นที่ที่มีการระบาด และกรอกข้อมูล
    ให้แล้วเสร็จก่อนเครื่องลงประเทศไทย

มาตรการเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

  • ผู้โดยสารต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
  • ตรวจสุขาภิบาลอากาศยานทุกเที่ยวบินจากพื้นที่ที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และกรณีพบผู้ป่วยสงสัย ต้องทำการฆ่าเชื้อเครื่องบินก่อนทำการบินต่อ
  • กำหนดหลุมจอดเฉพาะสำหรับเครื่องบินที่มาจากพื้นที่โรคระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ พร้อมจัดพื้นที่คัดกรอง ห้องแยกโรค เส้นทางส่งต่อผู้ป่วย และการจัดการสัมภาระ
  • สายการบินต้องส่งข้อมูล Passenger Manifest และ General Declaration Form ให้กับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

มาตรการกรณีการส่งต่อผู้ป่วยข้ามประเทศ

  • ผู้ป่วยโรคใด ๆ ที่ส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และมีความประสงค์จะเข้ามารักษาในไทย ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจหา
    สารพันธุกรรม (PCR) จากโรงพยาบาลต้นทางก่อนเข้าประเทศทุกครั้ง และให้โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตรวจความพร้อมสนามบิน คัดกรอง "ไวรัสนิปาห์" รับมือผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...