โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'Cinderella trope' โครงเรื่องสุดคลาสสิกของหญิงสาวและการไขว่คว้าความสุขชั่วนิรันดร์

The MATTER

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 10.30 น. • Entertainment

‘ตายละ เที่ยงคืนแล้วนี่ ฉันต้องไปแล้วค่ะ’

เสียงนาฬิกาตีครบ 12 ครั้ง บ่งบอกว่าถึงเวลาที่ซินเดอเรลลาต้องรีบกลับจากงานเลี้ยงเต้นรำ ก่อนที่เวทย์มนต์จากแม่ฟ้าทูลหัวจะสลายไป ด้วยความรีบร้อนทำให้รองเท้าแก้วของเธอหลุดออกหนึ่งข้าง เพียงชั่วอึดใจซินเดอเรลลาก็เร้นกายหายลับออกจากวังไปโดยไม่ทันร่ำลา

เรื่องราวอมตะของหญิงรูปงามผู้อาภัพกับเจ้าชาย ถูกหยิบนำมาเล่าซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ใครๆ ต่างก็รู้บทสรุปของนิทานเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นมนต์เสน่ห์จากเรื่องชวนฝันก็ยังไม่เสื่อมคลาย ปี 2026 เรื่องราวของซินเดอเรลลาถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ในซีรีส์ Bridgerton ซีซั่น 4 ว่าด้วยเรื่องราวความรักต่างชนชั้นระหว่างไวส์เคาต์ผู้สูงศักดิ์และสาวเมดจากชนชั้นรากหญ้า

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย ในซีซั่นนี้เล่าผ่าน ‘เบเนดิกต์’ ลูกชายคนรองของบ้านบริดเจอร์ตัน ครอบครัวขุนนางชั้นสูงในยุครีเจนซี บังเอิญตกหลุมรักหญิงสาวปริศนา หรือ ‘โซฟี’ในงานเต้นรำสวมหน้ากาก โดยไม่รู้เลยว่าเธอคือสาวใช้ที่ปลอมตัวมา จนเป็นเหตุให้คนดูต้องคอยเอาใจช่วยว่าทั้งคู่จะสามารถลงเอยกันได้ไหม ในยุคสมัยการแบ่งชนชั้นยังเข้มข้น รวมถึงทางของหญิงสาวที่ต้องต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเอง

Bridgerton. (L to R) Yerin Ha as Sophie Beckett, Luke Thompson as Benedict Bridgerton in episode 401 of Bridgerton. Cr. Liam Daniel/Netflix © 2025

นอกจากเรื่องหลักแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำให้เราอดคิดถึงเรื่องถึงนิทานคลาสสิกซินเดอเรลลาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายและพี่สาวต่างแม่ 2 คน การทิ้งถุงมือแทนรองเท้าแก้ว หรือการได้รับความช่วยเหลือจากสาวใช้วัยชรา เหมือนกับนางฟ้าแม่ทูนหัว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นเค้าโครงซินเดอเรลล่าจากหนังหรือซีรีส์ แต่ที่ผ่านมา ‘Cinderella trope’ ปรากฎให้เราเห็นอีกหลายครั้ง และถูกดัดแปลงไปนับครั้งไม่ถ้วน อะไรที่ทำให้เส้นเรื่องสุดน้ำเน่าอย่างซินเดอเรลลาอยู่ในใจของผู้คนแม้จะผ่านกาลเวลามาหลายทศวรรษ และกลายเป็นเรื่องเล่าคลาสสิกจนถึงทุกวันนี้

เรื่องเล่าสุดคลาสสิกของหญิงสาวอาภัพกับรองเท้าที่หายไป

นอกจากซินเดอเรลลาในชุดเต้นรำสีฟ้าฟูฟ่อง ที่หลายคนจดจำจากวอลต์ดิสนีย์ในปี 1950 แล้ว ย้อนกลับไปซินเดอเรลลาเคยปรากฎในเรื่องเล่ามาแล้วหลายเวอร์ชั่น แทรกซึมเกือบทุกวัฒนธรรมในโลกมาหลายพันปี แม้บางครั้งเธออาจใช้ชื่ออื่น หรือมีนิสัยต่างไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดเรื่องราวมักจบลงอย่างสวยงามแทบทุกครั้ง

ซินเดอเรลลาถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ในอารยธรรมกรีก เล่าว่าหญิงคณิกาชื่อ ‘โรโดพิส (Rhodopis)’ ถูกนกอินทรีขโมยรองเท้าข้างหนึ่งแล้วบินข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนปล่อยรองเท้าลงบนตักของกษัตริย์แห่งอียิปต์ พระองค์ถือว่านี่เป็นสัญญาณจากสวรรค์ จึงออกเดินทางตามหาเจ้าของรองเท้า จนพบกับโรโดพิส และแต่งงานกับเธอในที่สุด

ฝั่งเอเชียก็มีเรื่องเล่าแนวเดียวกัน ปรากฎในจีนช่วงศตวรรษที่ 9 อย่าง ‘เย่เซียน (Ye Xian)’ หญิงสาวผู้อาภัพ อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงใจร้าย ได้รับพรวิเศษเพื่อร่วมงานเลี้ยง ก่อนเผลอทำรองเท้าหลุดหาย ซึ่งเจ้าชายได้ใช้เป็นเบาะแสเพื่อตามหาตัวเธอและได้ครองรักกันในที่สุด ในไทยเองก็มีเรื่องคล้ายๆ กัน อย่างเรื่อง ‘ปลาบู่ทอง’ ด้วยเช่นกัน

วันเวลาผ่านไปซินเดอเรลลาก็โลดแล่นไปตามเรื่องเล่าอีกหลายเวอร์ชัน ไม่ว่าจะเป็น Cenerentola (1634) จากอิตาลี ถือเป็นเวอร์ชั่นที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป หรือ Aschenputtel (1812) ฉบับพี่น้องกริมม์จากเยอรมัน ที่ถูกยกให้เป็นซินเดอเรลลาฉบับมืดมนจนโชกเลือด

แต่เวอร์ชันที่กลายเป็นภาพจำมากที่สุดคงเป็น The Little Glass Slipper (1697) ต้นฉบับของชาร์ลส์ แปร์โรต์ (Charles Perrault) นักเขียนชาวฝรั่งเศส เวอร์ชันนี้เป็นครั้งแรกที่ซินเดอเรลลามาพร้อมกับรถฟักทอง นางฟ้าแม่ทูนหัว และรองเท้าแก้ว เรื่องราวฉบับนี้โดนใจวอลต์ดิสนีย์อย่างจัง จนหยิบนำไปดัดแปลงเป็นอนิเมชั่น ประสบความสำเร็จถล่มทลาย เรียกได้ว่าคนเห็นรองเท้าแก้วเมื่อไหร่ เป็นต้องนึกถึงซินเดอเรลลาขึ้นมาทันที

Bridgerton. Yerin Ha as Sophie Beckett in episode 401 of Bridgerton. Cr. Liam Daniel/Netflix © 2025

เสน่ห์ของหญิงสาวรองเท้าแก้ว

แม้จะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ทุกวันนี้ ‘cinderella story’ ก็ยังถูกหยิบมาเล่าใหม่ให้ร่วมสมัยอยู่เสมอ อย่าง A Cinderella Story (2004) รอมคอมต้นยุค 2000 ที่ใช้มือถือแทนรองเท้าแก้ว หรือ Another Cinderella Story (2008) ที่เปลี่ยนการเต้นรำในวังเป็นการเต้นรำแนวสตรีทแดนซ์

ถึงเรื่องราวเหล่านี้จะไม่มีเวทย์มนต์ รถฟักทอง หรือรองเท้าแก้ว แต่ทำไมทุกครั้งที่เราได้เห็นหญิงสาวอาภัพกับชายหนุ่มที่ตามหาความรักเป็นต้องนึกถึงซินเดอเรลลาทุกทีนะ? อันที่จริงนั่นเป็นเพราะเค้าโครงของซินเดอเรลลามักเป็นเรื่องเล่าที่เรามักพบเห็นได้ซ้ำๆ หลายยุคสมัย อย่างเรื่องครอบครัวที่ซับซ้อน หรือการทวงคืนสิทธิ์ที่เธอควรจะได้รับ

ทุกครั้งมักเริ่มต้นด้วยนางเอกที่เพียบพร้อมในชนชั้นกลางหรือค่อนข้างสูง มีบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรัก แต่มีชะตาอันน่าเศร้าจากการถูกรังแกโดยแม่เลี้ยง ทำให้เธอต้องพ้นไปชีวิตที่สุขสบาย นางเอกต้องพิสูจน์คุณค่าผ่านการทำงาน หรือการผจญภัยเพื่อหาทางกลับคืนสู่โลกเดิมของเธอ

เหตุผลที่ทำให้เรื่องนี้อยู่เหนือกาลเวลาได้ คงเป็นเสน่ห์ของตัวเอกที่ใครๆ ก็อยากเอาใจช่วย อย่างการที่นางเอกสามารถลุกขึ้นจากจุดต่ำสุดและสามารถไต่เต้าไปสู่จุดสูงสุด เธอใฝ่ฝันที่จะได้ไปงานเต้นรำสักครั้ง และเธอก็ไม่รอช้าที่ทำทุกทางเพื่อทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง (แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากนางฟ้าแม่ทูนหัวก็ตาม)

แง่หนึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความอดทน ความเข้มแข็ง และความกล้าเผชิญปัญหาของนางเอก และจุดนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับเธอได้ไม่ยาก ไม่ต่างจากโลกความจริงที่ความสำเร็จมักเกิดขึ้นจากการลงมือลงแรง แทนการนั่งรออยู่เฉยๆ เพียงอย่างเดียว

นอกจากตัวเอกแล้ว สิ่งที่ทำให้หลายคนชื่นชอบยังเป็นจุดจบที่น่าประทับใจและยุติธรรมเสมอ ในท้ายที่สุดตัวเอกมักได้รับรางวัลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานกับเจ้าชาย หรือได้เลื่อนสถานะขึ้นมาแล้ว ขณะเดียวกันฝั่งตัวร้ายก็มักถูกลงโทษอย่างสาสม เหมือนแม่เลี้ยงที่สุดท้ายจะได้รับผลกรรมของตัวเอง

เส้นแบ่งระหว่างความดีและความชั่วที่ชัดเจน เป็นสิ่งที่สามารถเข้าได้กับทุกวัฒนธรรมในโลก ที่ล้วนเชื่อมั่นในความดีงาม ความพยายาม และความโอบอ้อมอารี สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้ซินเดอเรลลากลายเป็นพล็อตที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม

Bridgerton. (L to R) Isabella Wei as Posy Li, Katie Leung as Lady Araminta Gao, Michelle Mao as Rosamund Li in episode 401 of Bridgerton. Cr. Liam Daniel/Netflix © 2025

การตีความใหม่ในยุคที่ผู้หญิงพึ่งพาตัวเองได้

แม้เราจะบอกว่าเรื่องราวชวนฝันของสาวรองเท้าแก้วเป็นเรื่องราวที่คาดเดาได้ แต่หลายครั้งพล็อตเรื่องของซินเดอเรลลาก็ไม่ได้ทำหน้าที่สอนใจผู้คนอย่างเดียว แต่ยังถูกเล่าในมุมวิพากษ์สังคม เสริมพลังผู้หญิง หรือสะท้อนสังคมได้ด้วยเหมือนกัน

ในแต่ละยุคซินเดอเรลลาทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ในทศวรรษ 50 ที่ซินเดอเรลลาจากวอล์ตดิสนีย์เพิ่งออกฉาย ก็สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของสังคม ที่ช่วงขณะนั้นเพิ่งพ้นจากสงคราม เหล่าผู้หญิงต่างเหนื่อยล้าจากงานบ้าน แบกรับความคาดหวังที่ต้องแต่งงานในอายุยังน้อย หรือแม้แต่ความปรารถนาอยากจะแปลงโฉม แต่ติดที่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ เรื่องราวของซินเดอเรลลาจึงเหมือนเป็นการรวมทุกอย่างที่พวกเธอใฝ่ฝันไว้ทั้งหมด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในช่วงทศวรรษ 70 การลงเอยกับเจ้าชายไม่ใช่รางวัลที่ยิ่งใหญ่อีกต่อไปแล้ว เมื่อผู้หญิงเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น พวกเธอสามารถดูแลและพึ่งพาตัวเองได้ พื้นที่ของเพศหญิงไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในบ้านหรือห้องครัวอีกต่อไป เรื่องราวของซินเดอเรลลาจึงเริ่มถูกท้าทายและตีความใหม่อีกครั้ง

เรื่องราวของซินเดอเรลลาถูกตั้งคำถามท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการที่ผู้หญิงจำเป็นต้องรอแต่เจ้าชายจริงไหม หรือต้องยอมก้มหน้ายอมรับการกดขี่จากแม่เลี้ยงใจร้ายจริงหรือ ฯลฯ ตอนนี้รางวัลของซินเดอเรลลายุคใหม่ไม่ได้หมายถึงการลงเอยกับเจ้าชายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการเติบโตในด้านตัวตน ทั้งความเข้มแข็ง และความกล้าหาญที่จับต้องได้มากขึ้น Cinderella (2015) หรือการขยับออกมาสำรวจชนชั้นมากขึ้น และความยากลำบากของผู้หญิง อย่างซีรีส์ Bridgerton ในซีซั่นล่าสุด

เวทย์มนต์ในเรื่องเล่าของซินเดอเรลลาไม่ได้มาจากนางฟ้าแม่ทูนหัวเพียงอย่างเดียว แต่เพราะความกล้าหาญที่กล้าคว้าความสุขมาให้ตัวเอง จึงทำให้ซินเดอเรลลาในสมัยใหม่เปล่งประกายกว่าที่ผ่านมา และน่าสนใจว่าในซินเดอเรลลาในอนาคตจะมีหน้าตาแบบไหนกัน

อ้างอิงจาก

scholarsarchive.library.albany.edu

smithsonianmag.com

time.com

vox.com 1, 2

Graphic Designer: Manita Boonyong
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...