โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เมอร์เคิล ชี้ Q1 ตลาดยังเลือกทาง จับตานโยบายสหรัฐฯ ก่อนเกมลงทุนรอบใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 09.18 น.

เมอร์เคิล แคปปิตอล ฉายภาพไตรมาสแรกตลาดคริปโทฯ แนะจับตานโยบายการเงินสหรัฐฯ ทิศทางดอกเบี้ยและสภาพคล่องโลก เน้นประเมินสถานการณ์ บริหารความเสี่ยงใกล้ชิด เตรียมรับโอกาสหลังทิศทางการลงทุนชัดเจน

4 ก.พ. 2569 - นายวรเมธ จันทร์เสน Investment Consultant บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ให้ข้อมูลในสัมมนาพิเศษหัวข้อ “Q1 ผ่านไป 1 เดือน: ตลาดกำลังเลือกทาง หรือยังแค่ภาพสะท้อนระยะสั้น” ระบุว่า ตลาดการเงินทั่วโลกยังไม่เข้าสู่ทิศทางใหม่อย่างชัดเจน หลังเดือนแรกของไตรมาส 1 สะท้อนแรงกระแทกจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินสหรัฐฯ และการปรับความคาดหวังของนักลงทุนต่อสภาพคล่องโลก

ไตรมาส 1 ผ่านไปเพียงหนึ่งเดือน ตลาดการเงินยังอยู่ในช่วงกำลังเลือกทาง มากกว่าจะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของแนวโน้มการลงทุน โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในช่วงต้นปีคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ท่ามกลางกระบวนการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตาท่าทีของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจาก Jerome Powell รวมถึงบทบาทของ Donald Trump และรายชื่อ Kevin Warsh ที่ถูกมองเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิง เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ มีเครื่องมือหลักในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนทั่วโลกผ่านการปรับอัตราดอกเบี้ยและการบริหารสภาพคล่องในระบบการเงิน ทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตาการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างใกล้ชิด

ในช่วงต้นเดือน ตลาดยังมีมุมมองที่แตกต่างต่อแนวทางนโยบาย ทำให้เกิดแรงเข้าซื้อสินทรัพย์จากความคาดหวังว่าสภาพคล่องอาจเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการและตลาดประเมินว่าทิศทางนโยบายอาจมุ่งควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการเร่งอัดฉีดสภาพคล่อง ส่งผลให้ตลาดปรับฐานอย่างรวดเร็ว สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ขณะที่ทองคำและโลหะมีค่าถูกกดดันตามการแข็งค่าของดอลลาร์ และเงินทุนบางส่วนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากขึ้น

ขณะที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในปัจจุบันถูกมองว่าเข้าสู่ภาวะตลาดหมี หลังราคาปรับตัวลงต่อเนื่องราว 4 เดือน หรือลดลงประมาณ 40% จากจุดสูงสุด อย่างไรก็ตาม การปรับฐานรอบนี้ถือว่ามีความ Healthy มากขึ้น เนื่องจากไม่ได้เกิดจากฟองสบู่จากการใช้ Leverage สูงเหมือนในอดีต แต่เป็นแรงขายจากสภาพคล่องจริงในตลาด โดยระดับราคาสำคัญที่นักลงทุนใช้ประเมินทิศทาง ได้แก่ แนวรับ 70,000–75,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนสถาบันจำนวนมาก ขณะที่บริเวณ 56,000 ดอลลาร์เป็นต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งตลาด และในเชิงสถิติระดับประมาณ 45,000 ดอลลาร์เคยเป็นจุดต่ำสุดของรอบตลาดก่อนหน้า

ด้านกระแสเงินลงทุนจากสถาบัน เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกเมื่อกองทุน Bitcoin Spot ETF กลับมามียอดซื้อสุทธิขนาดใหญ่กว่า 560 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ หลังจากมีแรงขายต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของเดือนมกราคม สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนเริ่มมองว่าระดับราคาปัจจุบันเหมาะสมต่อการทยอยสะสม ขณะที่ Ethereum ยังคงต้องการสภาพคล่องที่มากกว่าและแรงซื้อจากสถาบันยังไม่ชัดเจนเทียบเท่า Bitcoin ในระยะสั้น

สำหรับ ราคาทองคำถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และมุมมองด้านนโยบายการเงินที่มุ่งควบคุมเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม หากอุปทานยังมีข้อจำกัดและความต้องการถือครองเพื่อป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อยังคงอยู่ ทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะยาว ขณะที่โลหะเงินหรือ Silver แม้ราคาปรับตัวลงตามปัจจัยมหภาค แต่ยังเผชิญภาวะ Inventory ลดลงต่อเนื่องจากการถอนโลหะออกจากคลังของตลาดซื้อขายหลัก ขณะเดียวกันความต้องการใช้ในอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนระยะยาว

นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI กำลังเคลื่อนที่ตามรูปแบบ S-Curve โดยในช่วงแรกเกิดการเติบโตแบบเร่งตัวจากความตื่นตัวของตลาด ก่อนเข้าสู่ช่วงพักฐานหรือ Sideway เมื่อการลงทุนยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้เต็มที่ และคาดว่าจะเข้าสู่ช่วงการใช้งานในวงกว้างหรือ Mass Adoption ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงไตรมาสแรก นายวรเมธแนะนำว่าสถานการณ์ยังมีความผันผวนสูงจากแรงกดดันเชิงนโยบายและความไม่ชัดเจนภายในธนาคารกลางสหรัฐฯ นักลงทุนจึงควรพิจารณาการถือเงินสดหรือกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่ผู้ที่ยังไม่มีการลงทุนใน Bitcoin อาจใช้บริเวณราคา 70,000–75,000 ดอลลาร์เป็นระดับสำหรับศึกษาและประเมินจังหวะสะสมในระยะยาว

ดังนั้น ทิศทางตลาดในช่วงที่เหลือของไตรมาสแรกยังมีแนวโน้มผันผวนตามกระแสข่าวและการประเมินสภาพคล่องเป็นหลัก ช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่จังหวะของการไล่ราคา หากแต่เป็นช่วงที่นักลงทุนต้องคัดเลือกจังหวะและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อเตรียมรับโอกาสลงทุนเมื่อทิศทางนโยบายและสภาพคล่องโลกเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในระยะถัดไป

*หมายเหตุ คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...