โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องให้เห็นจะจะ! เข็มขัด เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ที่ "แสตมป์" ได้มาครอง

MThai.com

เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 05.18 น.
แฟนกีฬาที่ติดตามการแข่งขันเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวตหญิง รอบชิงชนะเลิศในศึก ONE: WINTER WARRIORS เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.64 คงได้เห็นเข็มขัดสีเงินอร่ามที่

แฟนกีฬาที่ติดตามการแข่งขันเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวตหญิง รอบชิงชนะเลิศในศึก ONE: WINTER WARRIORS เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.64 คงได้เห็นเข็มขัดสีเงินอร่ามที่ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” รับมาพาดบ่าในฐานะแชมป์เวิลด์ กรังด์ปรีซ์คนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ONE หากสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าเข็มขัดเส้นนี้มีความแตกต่างจากเข็มขัดแชมป์โลกหลักของ ONE จะแตกต่างกันอย่างไร เราจะพาไปส่องให้เห็นกันชัด ๆเข็มขัดสุดเลอค่านี้ทำด้วยหนังสีดำ พร้อมแผ่นโลหะเงินจำนวน 3 แผ่น สลักโลโก้ ONE เด่นตระหง่านอยู่ตรงกลาง ปรากฏคำว่า “World Grand Prix Champion” และมงกุฎที่ประดับด้วยอัญมณีสีแดง 7 เม็ด มีน้ำหนักของเข็มขัดทั้งเส้นประมาณ 26.4 ปอนด์ (หรือราว 12 กิโลกรัม) ซึ่งนับเป็นเข็มขัดแชมป์ที่หนักที่สุดของวงการศิลปะการต่อสู้

มูลค่าของเข็มขัดไม่เป็นที่เปิดเผย แต่คุณค่าทางจิตใจสำหรับผู้ได้ไปครอบครองนั้นประเมินค่าไม่ได้ เพราะการฝ่าฟันคู่แข่งยอดฝีมือระดับโลกเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็น “เบอร์หนึ่ง” มันต้องแลกมาด้วยความมานะ อุตสาหะอย่างสุดชีวิตที่ผ่านมา เข็มขัดแชมป์ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ สีเงิน เคยถูกส่งมอบให้นักรบที่เก่งที่สุดเพียง 3 คนเท่านั้น ได้แก่ “ดิมิเทรียส จอห์นสัน” แชมป์ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต, “คริสเตียน ลี” แชมป์ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต และ “จอร์จิโอ เปโตรเซียน” แชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...