โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Godzilla Singular Point ก๊อดซิลล่า ปฐมบทวิบัติโลก/การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 พ.ย. 2564 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 05.00 น.

การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

 

Godzilla Singular Point

ก๊อดซิลล่า ปฐมบทวิบัติโลก

 

ในบทพากย์ไทยเรียก Singular Point ว่าจุดเอกฐาน หมายถึงจุดที่มี Singularity

Singularity เป็นคำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ หมายถึงจุดที่สมการเสียคุณสมบัติไป เช่น ไม่สามารถ differentiate ได้ (ทางแคลคูลัส) ที่พบบ่อยคือจุดที่สมการมีค่าเป็นอนันต์ ประมาณตอนกลางเรื่องพวกพระเอกนางเอกจะพบรหัส 6 9 ซึ่งเชื่อมต่อกันเป็นอนันต์ได้ด้วย Orthogonal Diagonalyzer

เมื่อถอยออกมาจากจุดเอกฐานเล็กน้อยความเป็น Singularity จะหายไป

นี่คือบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ทั้งปวงในซีรีส์ก๊อดซิลล่าใหม่ของเน็ตฟลิกซ์ Godzilla Singular Point หรือในชื่อไทยว่า ก๊อดซิลล่า ปฐมบทวิบัติโลก

ก๊อดซิลล่าใหม่นี้ทำเป็นซีรีส์ 13 ตอน ความยาวตอนละ 20 นาทีเล็กน้อย เป็นหนังที่น่าจะดูให้เข้าใจยากถ้าพยายามจะทำความเข้าใจ หลายตอนเป็นความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่การศึกษาบ้านเรากระโดดข้ามไปเรียนบวก ลบ คูณ หารและแก้สมการกันเสีย จึงทำให้เข้าใจกำเนิดก๊อดซิลล่าได้ยากในวันนี้ เป็นความเสียหายที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะเด็กบ้านเราจะป้องกันวิบัติโลกมิได้

สำหรับแฟนๆ ก๊อดซิลล่าน่าจะชอบเพราะได้เห็นพัฒนาการของก๊อดซิลล่าชัดๆ เสียที อีกทั้งถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญก๊อดซิลล่าก็จะรู้ว่าผู้เขียนมิได้ถึงกับนั่งเทียนเขียนขึ้นเอง แต่เป็นการสะสมข้อมูลจากก๊อดซิลล่าหลายๆ ตอนในอดีตตั้งแต่ต้น ซึ่งหากจะลงรายละเอียดได้เขียนงานวิทยานิพนธ์อีกเล่มเป็นแน่

งานครั้งนี้กำกับฯ โดย ทาคาฮาชิ อัตซึชิ และเชื่อได้ว่าจะมีซีซั่นที่ 2 เพราะก๊อดซิลล่าหน้าหมาจูของเราเพิ่งจะได้ปรากฏตัวในตอนที่ 13 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย

ว่าเรื่องพัฒนาการก่อน ซีรีส์นี้แสดงให้เห็นเมตามอร์โฟซิสของก๊อดซิลล่า 4 ระยะ ระยะที่หนึ่ง Godzilla Aquatillis มีรูปร่างโดยรวมเหมือนปลาและว่ายน้ำแบบปลา ระยะที่สอง Godzilla Amphibia เหมือนสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ระยะที่สาม Godzilla Terrestris หน้าตาเหมือนจระเข้ และระยะที่สี่ Godzilla Ultima ซึ่งเป็นก๊อดซิลล่าตัวเต็มวัยที่เราคุ้นเคย จะว่าไปนี่เป็นโครงเรื่องของ Shin Godzilla ปี 2016

แต่ละขั้นมีตัวร่วมที่แฟนๆ สังเกตได้ไม่ยากคือครีบหลังซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวก๊อดซิลล่าและเสียงร้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของก๊อดซิลล่าเท่านั้น ถ้าร้องผิดไปจากนี้ก็ไม่ใช่ละ

ถ้าจำไม่ผิดคนดูเห็นก๊อดซิลล่าว่ายน้ำแบบปลามาตั้งแต่ตอนแรกๆ ในก๊อดซิลล่ายุคโชวะแล้ว (Showa Era 1954-1975) จากนั้นจึงเห็นแวบๆ เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในยุคเฮเซ (Heisei Era 1984-1995) แล้วค่อยมาเห็นหน้าตาแบบจระเข้ในยุคมิลเลนเนียมที่พวกฝรั่งสร้าง (Millenium Era 1999-2004)

ครั้งนี้นับเป็นความชาญฉลาดของผู้สร้างที่จัดการรวบงานสร้างสรรค์ของทุกยุคมาจบที่ก๊อดซิลล่าตัวเดิม คือโกจิร่า (Gojira) ในยุคเรวะนี้ (Reiwa Era 2016 ถึงปัจจุบัน) การออกแบบโซฟิสติเค็ตเต็ดมากขึ้นตามยุคสมัย และมีการซ้อนทับของแฟรนไชส์หลายบริษัทอยู่บ้าง แต่โดยประมาณน่าจะประมาณนี้

หนังเปิดตัวพวกสัตว์ประหลาดหรือไคจูด้วยนกยักษ์โรดัง (Rodan) หนึ่งตัว ก่อนที่จะตามมาเป็นฝูงหลายหมื่นแสนตัวเต็มท้องฟ้าในหลายประเทศทั่วโลก การออกแบบมิใช่โรดังตัวที่เราคุ้นเคย แต่เป็นไดโนเสาร์มีปีก (pterosaur-like) เสียมากกว่า ฝูงโรดังมากับฝุ่นแดงที่ย้อมหนังให้แดงฉานไปหลายฉากตลอดทั้งเรื่อง บัดนี้โลกมีสีแดง

นอกเหนือจากโรดังยังมีเพื่อนเก่าคือแองกิรัส (Anguirus) จากหนังใหญ่ก๊อดซิลล่าตอนที่ 2 Godzilla Raids Again ปี 1955 ซึ่งเวลานั้นยังเป็นหนังขาวดำ

ตามด้วยมันดา (Manda) จากหนังใหญ่ก๊อดซิลล่าตอนที่ 9 Destroy All Monsters ปี 1968

แล้วก็หุ่นยักษ์เจ๊ตจากัวร์ (Jet Jaguar) จากหนังใหญ่ก๊อดซิลล่าตอนที่ 13 Godzilla vs Megalon ปี 1973 ที่ซึ่งหุ่นเจ๊ตจากัวร์นี้ได้ปะทะโรดังและแองกิรัสมาก่อนแล้ว การออกแบบแองกิรัส มันดา และเจ๊ตจากัวร์ก็มีรายละเอียดสวยงามมากกว่าครั้งเป็นหนังใหญ่

มาดูเนื้อเรื่อง เริ่มเรื่องปี 2030 วิศวกรหนุ่ม อาริคาวะ ยุน และเพื่อนเข้าไปสืบหาเสียงเพลงและแสงลึกลับในบ้านเก่าที่ลือว่าผีสิงหลังหนึ่ง พวกเขาสองคนมาจากร้านโอตาคิแฟ็คตอรี่ซึ่งเจ้าของโกโระ โอตาคิได้สร้างหุ่นยักษ์เจ๊ตจากัวร์ขึ้นเพื่อออกแสดงในสวนสนุก โดยที่ตาลุงโอตาคินี้อวดนักหนาว่าใช้งานได้จริง พิทักษ์โลกได้ด้วย แต่ดีไซน์ในตอนแรกเหมือนหุ่นกระป๋องกากๆ เสียมากกว่า

ยุนตามร่องรอยเสียงนั้นจนไปพบนักศึกษาอัจฉริยะ คามิโนะ เมย์ ผู้กำลังสนใจเรื่อง “สัตว์ประหลาดที่ไม่มี” เด็กสาวโนเนะคนนี้มีความสามารถหลายด้านทั้งคณิตศาสตร์และควอนตัมฟิสิกส์

เธอพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของยุนที่ชื่อนาราคาเตะ แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า พีล็อพส์ทู เพื่อมาช่วยงานเธอในการตามหาที่มาของเสียงเพลงลึกลับและถอดรหัสที่ซ่อนอยู่

 

หนังจบตอนที่หนึ่งด้วยหัวกะโหลกยักษ์ขนาดมหึมาเท่าตึกหลายชั้นของก๊อดซิลล่าในชั้นใต้ดินของสถานีวิทยุมิสะคิโอคุซึ่งมีภารกิจติดตามเสียงจากอวกาศตามโครงการ SETI (Search for Extraterrestrial Intelligence) ระหว่างการตามรอยและถอดรหัสที่ยุ่งเหยิงเป็นบ้าเป็นหลังในหนัง 13 ตอนนี้นำพระเอกนางเอกของเราไปพบเรื่องลึกลับกับตัวละครอีกหลายคน

เมย์และยุนพบว่าฝุ่นแดงที่เกิดขึ้นทั่วโลกและนำไคจูมากมายมาปรากฏตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของสสารที่เรียกว่า Archetype ที่จุดเอกฐานซึ่งมิได้อยู่ในมิตินี้ โรดังเริ่มตายเมื่อออกจากเขตฝุ่นแดงเพราะอยู่ผิดที่ แต่ฝุ่นแดงก็ปรากฏขึ้นในมหาสมุทรด้วยนำมาซึ่งสัตว์ประหลาดจากใต้น้ำที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

เป็นนักวิทยาศาสตร์ลึกลับที่ชื่ออาชิฮาร่า ซึ่งหายสาบสูญไปได้ซ่อนรหัสกู้โลกไว้ในเสียงเพลง ด้วยเขาทำนายได้ว่าโลกจะดับสูญเมื่อปี 2030 รหัสกู้โลกนั้นถอดได้ด้วย Orthogonal Diagonalyzer

คำแรกหมายถึง มุมฉาก คำที่สองหมายถึง เส้นแทยงมุม จะเห็นว่าแปลมิได้เลย

Orthogonality แปลง่ายๆ ว่าตั้งฉากกัน คำว่าตั้งฉากกันนี้มีความหมายเชิงรูปธรรมในโลกสามมิติของเรา กล่าวคือ เราจะเปลี่ยนระนาบของเส้นตรงอย่างไรมุมฉากก็เป็นมุมฉากวันยังค่ำ แต่ในมิติที่มากกว่าสามมิใช่ง่าย การตั้งฉากในมิติที่มากกว่าสามมีความเป็นนามธรรมมากกว่า

Orthogonal Diagonalyzation เป็น operation ทางคณิตศาสตร์สำหรับเปลี่ยน symmetric matrix เป็น diagonal matrix ลำพังการสลับระนาบของเส้นตรงแนวดิ่งกับแนวนอนคือ simple matrix เมื่อนำเส้นทแยงมุมเข้ามาร่วมคำนวณด้วยจึงเป็น diagonal matrix ในมิติที่มากกว่าสาม

สัตว์ยักษ์จากท้องทะเลที่ไม่เคยมีใครเห็นคือระยะที่ 1 ของก๊อดซิลล่านั่นเอง มันขึ้นมาตามเส้นทแยงมุมดังที่ว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...