ทลายโกดังเก็บ "รถรับจำนำ" จ.พิษณุโลก รวบเครือข่ายนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด พบเงินหมุนเวียนกว่า 49 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองบังคับการปราบปราม นำกำลังเข้าตรวจสอบโกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ที่ ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังสืบสวนหาข้อมูลผ่านทางออนไลน์จนกระทั่งทราบว่าเพจ Facebook ชื่อ “รับจำนำรถ พิษณุโลก อนุมัติง่าย วงเงินสูง carformoney” มีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับบุคคลทั่วไป โดยให้ลูกหนี้นำรถมาค้ำประกัน
ต่อมากองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม และศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจสอบจนกระทั่งพบว่า เพจดังกล่าวมีการปล่อยเงินกู้ เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยให้ลูกหนี้นำรถมาค้ำประกันเงินกู้จริง หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “รับจำนำรถ” โดยกลุ่มนายทุนได้นำรถที่ได้จากการค้ำประกันเงินกู้ มาเก็บรักษาไว้ที่โกดังแห่งนี้
ผลการตรวจค้น พบรถยนต์ 84 คัน รถจักรยานยนต์ 79 คัน รวม 163 คัน จอดซุกซ่อนอยู่ภายในโกดังดังกล่าว โดยมีนายแชมป์ฯ อายุ 30 ปี, นายเขตฯ อายุ 38 ปี และนายเวฟฯ อายุ 20 ปี (สงวนชื่อสกุล) เป็นผู้ครอบครองโกดัง
จากการสืบสวนสอบสวน นายเขตฯ และนายเวฟฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นลูกจ้างของนายแชมป์ มีหน้าที่รับรถจากลูกค้ามาเก็บรักษาไว้ภายในโกดัง เมื่อลูกค้าจะไถ่รถคืนก็จะนำรถไปส่งมอบตามจุดที่นัดหมาย ได้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือนๆละ 15,000 บาท
นายแชมป์ฯ และนายหยิมฯ รับสารภาพว่า ตนร่วมกันปล่อยดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าทั่วไปผ่านเพจFacebook ดังกล่าวจริง คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน คิดค่าจอดรถจักรยานยนต์ 300-500 บาท รถยนต์ 2,000 บาท ต่อครั้ง โดยหักดอกเบี้ยและค่าจอดรถจากการกู้เงินครั้งแรกกับลูกค้าทันที โดยนายหยิมฯ ทำหน้าที่เป็นนายทุน ส่วนนายแชมป์ฯ เป็นผู้จัดการเรื่องการติดต่อ โอนเงินและทวงเงินกับลูกค้า โดยนายแชมป์ฯ จะได้เงินส่วนแบ่งจากนายหยิมฯ คิดเป็นร้อยละ 3 ของกำไรที่ได้รับ ส่วนโกดังนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น ซึ่งพวกตนได้เช่ามาเก็บรักษารถที่ลูกค้านำมาค้ำประกันเงินกู้จริง โดยเจ้าของโกดังคิดค่าเช่าเดือนละ 33,000 บาท
ในส่วนของผู้ที่นำรถมาค้ำประกันเงินกู้ส่วนใหญ่ได้ให้การว่า ได้ติดต่อเพจ Facebook ดังกล่าว เพื่อกู้เงิน โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องส่งมอบรถเพื่อค้ำประกันเงินกู้ โดยผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ย ร้อยละ 10 ต่อเดือน และจะมีการนัดหมายส่งมอบรถกัน โดยมีนายเวฟฯ เป็นผู้มารับรถ ส่วนการโอนเงินต้นและชำระดอกเบี้ยนั้นจะทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคารที่กลุ่มผู้ต้องหาให้ไว้
โดยยอดเงินกู้ที่ลูกค้านำรถมาค้ำประกันนั้น มีจำนวนรวม 6,121,000 บาท ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ตรวจค้นพบ มีมูลค่าราคาตลาดรวม 30,104,000 บาท และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า บัญชีธนาคารที่กลุ่มนายทุนใช้ในการกระทำความผิด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 ถึงปัจจุบัน มียอดเงินหมุนเวียนรวม 49,416,460 บาท
จากนั้นได้ดำเนินคดีกับนายหยิม, นายแชมป์, นายเขตและนายเวฟ ในข้อหา“ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกําหนดและให้สินเชื่อส่วนบุคคลอันเป็นกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับการธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต” ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป