หดหู่! เหยียบเอง แต่หญิงชุดไทยบอกไม่รู้ใครขับรถ เหยียบลุงเร่ร่อนนอนร้องครวญคราง ในวัดดัง
“รวยหรือจน ก็คนมั้ย ? ”
หนึ่งในคอมเมนต์จากชาวเน็ตที่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ หลังเห็นคลิปสุดหดหู่ หญิงสวมชุดไทยขับรถยนต์เหยียบร่างชายเร่ร่อน จนนอนร้องครวญคราง ในวัดพระปฐมเจดีย์
โดยคลิปวงจรปิดดังกล่าว เป็นช่วงเวลาประมาณ 7 โมงเศษ วันที่ 28 ก.ค.68 ที่ผ่านมา เผยให้เห็นรถ SUV สีบรอนซ์ เลี้ยวเข้าประตูองค์พระปฐมเจดีย์ ฝั่งพระนอน แล้วทับร่างชายที่นั่งอยู่ตรงลานจอดรถ จากนั้นได้เคลื่อนจอดรถเข้าที่จอดและมีการนิมนต์สามเณรมาดูเหตุการณ์ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ของวัดพระปฐมเจดีย์ เข้ามาดูและประสานเรียกรถกู้ชีพ ก่อนที่หญิงคนขับจะเดินออกจากประตูและภาพได้ตัดไป
จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามข้อมูลบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยพบว่าเป็นประตูฝั่งทิศตะวันตกตะวัน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าประตูฝั่งพระนอน อยู่ตรงข้ามกับตลาดโต้รุ่ง โดยพื้นที่ดังกล่าวยังพบเป็นรอยล้อรถเลี้ยวเป็นทางยาวบนพื้นถนนและมีกลองเลือดสองกองของผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยพบว่าชายคนดังกล่าวเป็นลักษณะคล้ายคนเร่ร่อน อายุราว 60 ปีเศษ ท่าทางเดินไม่สะดวกต้องใช้ไม้เท้าค้ำสำหรับเดินพยุง
ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงช่วยเกิดเหตุรถยนต์คันดังกล่าว เลี้ยวเข้ามาผ่านปากประตูเป็นจังหวะที่คุณลุงคนดังกล่าวนั่งอยู่กับพื้น ซึ่งรถไม่ได้มาด้วยความเร็วแต่ได้มีการเลี้ยวไปทับคุณลุง ก่อนจะเบรคและเคลื่อนตัวไถไปอีกประมาณ 2-3 เมตร โดยมีเสียงของผู้ได้รับบาดเจ็บร้องครวญคราง จากนั้นคนขับรถได้ตั้งวงรถและถอยหลังจอดเข้าที่จนจบ ค่อยเดินลงมาเห็นว่ามีการเหยียบทับคนไปแล้ว ก่อนจะเดินไปนิมนต์เณรให้มาช่วยดูเหตุการณ์ และมีชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงบริเวณดังกล่าวโทรเรียกเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม
โดยจากจุดที่เห็นพบว่าร่างได้ถูกล้อรถทางด้านหน้าซ้ายมือทับ ตั้งแต่บริเวณหัวไหล่พลาดไปจนถึงลำตัว ซึ่งคิดว่าน่าจะมีอาการสาหัส ส่วนหญิงคนดังกล่าวทราบว่าเป็นลูกศิษย์ ที่มาทำบุญที่องค์พระปฐมเจดีย์เป็นประจำ เมื่อสอบถามว่าหลังเกิดเหตุเจ้าตัวอ้างว่าขึ้นรถไปทำบุญต่อที่จังหวัดราชบุรี ทางเจ้าหน้าที่ของวัดองค์พระปฐมเจดีย์จึงได้โทรประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและทำการยกรถคันดังกล่าวออกไป โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่ได้มีการทอดทิ้งชายคนดังกล่าว
นายนาย อายุ 25 ปี พ่อค้าที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว เล่าว่า ตนเองได้เข้ามาดูที่เกิดเหตุรู้สึกสะเทือนใจและหดหู่กับชายเร่ร่อนที่ประสบเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสงสัย คือ เมื่อมีการขับรถทับสิ่งผิดปกติแล้วควรจะหยุดลงมาดู ไม่ใช่ดันทุลังขับต่อไป จนทำให้ชายคนดังกล่าวบาดเจ็บสาหัส แถมพอเกิดเหตุแล้วหญิงคนดังกล่าวยังไม่รอประสานงานช่วยเหลือแต่กลับเดินออกไปเหมือนมีธุระและมีเรื่องที่สำคัญกว่า ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนก็ได้แสดงความเป็นห่วงและตั้งข้อสงสัยหลายเรื่อง และเรื่องนี้ก็อยากจะให้หน่วยงานโดยเฉพาะโรงพยาบาลนครปฐมที่รับตัวไปดูแลช่วยเหลือเยียวยาชายคนดังกล่าวให้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่น่าสงสารและคนทุกคนควรจะได้รับสิทธิในการดูแลอย่างเท่าเทียม
ต่อมา ผู้สื่อข่าว ได้ประสานไปยังโรงพยาบาลนครปฐม เพื่อสอบถามอาการของชายคนดังกล่าว โดยเบื้องต้นพบว่าได้ถูกรับตัวมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยสภาพทั่วไปพบบาดแผล และมีอาการหลังหัก วันนี้ (31 ก.ค.68) จะมีการเตรียมตัวทำการผ่าตัด ซึ่งทางญาติก็ได้เดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลก และจากการรับมารักษาตัวพบว่ามีอาการเสียเลือดก็ได้มีการให้เลือดและพบว่ามีมีปัญหาทางด้านโรคหัวใจ โดยมีการทำเอคโค่ตรวจสอบระบบหัวใจแล้วได้แจ้งให้ญาติทราบมา
นอกจากนี้ พบว่า ชายคนดังกล่าว อายุ 63 ปี ทำให้มีโรคประจำตัว ที่ต้องรักษาไปด้วย ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมได้ทราบเรื่องดังกล่าวและได้ยืนยันว่าจะมีการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันอย่างดีที่สุด ซึ่งวันที่ 29 ก.ค.68 ผู้ป่วยไม่สามารถทานอาหารเองได้ ก็มีการป้อนอาหารให้และดูแลเป็นอย่างดีส่วนอาการต้องมีการประเมินต่อไปจากทีมแพทย์เฉพาะทางต่อไป
ล่าสุด สภ.เมืองนครปฐม ชี้แจงว่า คนขับได้มาแสดงตนกับพนักงานสอบสวนแล้ว ในเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกัน โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าได้ขับรถทับผู้ใด เมื่อลงจากรถเห็นว่ามีคนนอนอยู่ ไม่แน่ใจว่าถูกใครชน จึงร้องให้คนช่วยแต่ไม่มีผู้ใด จึงไปขึ้นรถเพื่อไปปฏิบัติธรรมในเวลา 08.00 น. พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งรายละเอียด ที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบ และดำเนินการตามขั้นตอน ของกฎหมายต่อไป ซึ่งผู้ขับขี่แจ้งว่า ยินดีรับผิดชอบความเสียหาย ทุกประการ
ขับรถระวังกันด้วยนะคะ ‘อีจัน’ ขอให้คุณลุงปลอดภัยค่ะ