โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DBS ชูกลยุทธ์ "The Global Pivot" ฝ่าความผันผวนช่วงครึ่งปีหลัง แนะเพิ่มหนักลงทุน ทอง-หุ้นเอเชีย-ยุโรป ชี้เป้า 3 ธุรกิจมาแรงในยุคเศรษฐกิจเปลี่ยน

Wealthy Thai

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.46 น.

DBS เปิดมุมมองเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนครึ่งปีหลัง 2568 (DBS 2H25 CIO Market Outlook) ภายใต้ธีม “The Global Pivot” (จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก) โดยแนะนำปรับลดน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว (DM) เหลือระดับ “Neutral” ขณะที่เพิ่มน้ำหนักทองคำและสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อรับมือความผันผวน และหุ้นยุโรปและเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) รับแรงหนุนนโยบายภาครัฐฯ
นายเวย์ ฟุก โหว (Mr. Wey Fook Hou) Chief Investment Office, DBS Bank เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ นำโดยนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยในช่วง 100 วันแรกของรัฐบาล Trump มีการผลักดันนโยบายที่ผันผวน ทั้งการลดงบกระทรวงพลังงานและการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก ซึ่งแม้จะช่วยวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ให้สหรัฐฯ แต่ก็เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและสินทรัพย์การเงินเช่นกัน
โดยประเมินว่าตัวเลขขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ ปีนี้อาจพุ่งแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่หนี้สาธารณะอาจแตะระดับ 118% ของ GDP ภายในปี 2578 ซึ่งนี่ทำให้ Moody’s ปรับลดเครดิตพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ Aa1 ในช่วงที่ผ่านมา
จากสถานการณ์ เหล่านี้ DBS จึงนำเสนอกลยุทธ์การลงทุนครึ่งปีหลัง 2568 ภายใต้ธีม “The Global Pivot” เพื่อลดความเสี่ยงพร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในช่วงจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจโลก โดยกลยุทธ์ลงทุนหลักของ DBS สำหรับแต่ละสินทรัพย์การลงทุนมีดังนี้
1. ตราสารหนี้

  • ลดน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว (DM) เหลือระดับ “Neutral”

  • แนะนำใช้กลยุทธ์ “Duration Barbell” คือเน้นลงทุนพันธบัตรคุณภาพดีอายุ 2-3 ปี และ 7-10 ปี

  • ยังมองบวกต่อพันธบัตรป้องกันเงินเฟ้อสหรัฐฯ (TIPS), ตราสารทุนกึ่งหนี้ และตราสารหนี้คุณดีระยะสั้น2. ทองคำและสินทรัพย์ทางเลือก

  • ให้น้ำหนัก “Overweight” ทองคำ โดยให้ราคาเป้าหมายในไตรมาส 4/68 ที่ 3,765 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยแนะนำถือในสัดส่วน 5% - 10% ของพอร์ต

  • แนะนำลงทุนใน Private Equity (Middle Market) และกองทุน Hedge Funds, ตราสารหนี้นอกตลาด และโครงสร้างพื้นฐานภาคเอกชน

  • ยังมองว่าทองคำน่าสนใจไม่ว่าผลของ “Trump 2.0” จะออกมาอย่างไร3. หุ้น

  • ยังคงมุมมองบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แม้จะปรับลดน้ำหนักหุ้นสหรัฐฯ โดยรวม เนื่องจากอุตสาหกรรม AI ยังมีแนวโน้มเติบโตระยะยาว

  • เพิ่มน้ำหนักหุ้นยุโรปและเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) เพราะมีมูลค่าถูก และได้แรงหนุนจากนโยบายการคลังโดยมองว่ากลยุทธ์เหล่านี้ มีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับสูง (high single-digit growth) ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
    สำหรับไตรมาส 3/68 มองว่า แม้ความไม่แน่นอนเหล่านี้มีแนวโน้มทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ไม่ได้มองว่าตลาดจะเข้าสู่ช่วงขาลงติดต่อกันยาวนาน เนื่องจากยังมีเม็ดเงินในตลาดเงินจำนวนมหาศาล (ยกตัวอย่างเช่นในสหรัฐฯ ที่มีเม็ดเงินสูงสุดเป็นประวัติการที่ราว 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งอาจกลับมาหลังตลาดมีการปรับฐาน นอกจากนี้ ยังเชื่อว่ามาตรการภาษีทั่วโลกจะมีความชัดเจนและคลี่คลายมากขึ้น หลังสหรัฐฯ เจอแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและการคลัง
    ทั้งนี้ ความเสี่ยงทางการคลังมีโอกาสกดดันพันธบัตรสหรัฐฯและค่าเงินดอลลาร์ ในขณะที่สนับสนุนราคาทองคำต่อไป และอีกสิ่งที่ตลาดจะเห็นคือความแตกต่างของผลตอบแทนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมและภูมิภาคที่ชัดเจนมากขึ้น โดยกลุ่มเทคโนโลยีและบริการมีแนวโน้มเติบโตดีกว่ากลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) คาดว่ากำไรปี 2568 จะโตถึง 12.4% สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วซึ่งจะโตเพียง 6.6%
    อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่การ “พึ่งพาตนเอง” และ “การปรับฐานการผลิตกลับสู่ภูมิลำเนา (reshoring)” จะเปิดโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) หุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoids) (2) ระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation) และ (3) อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอวกาศ (Defence & Aerospace)
    โดย DBS ชี้ว่า แม้ตลาดอาจได้รับแรงหนุนจากการคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าในระยะสั้น นักก็ลงทุนไม่ควรประมาทต่อความผันผวนด้านนโยบายสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ที่อาจเปลี่ยนสมดุลการเมืองโลกอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...