โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“ทิดแหล่” ให้ปากคำ ปปป. - “บิ๊กเต่า” รุกต่อ สาวไส้พระเอี่ยวทุจริต

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 12.45 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(12 ก.ค. 68) “ทิดแหล่” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีความสัมพันธ์ฉาวกัสีกาที่ตกเป็นข่าวครึกโครม

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) หรือ "บิ๊กเต่า" เปิดเผยว่า ได้เข้าหารือกับสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อเร่งรัดให้พระชั้นผู้ใหญ่เข้ามาร่วมจัดการปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว เนื่องจากตำรวจได้ให้โอกาสพระที่เกี่ยวข้องสึกแล้ว แต่ยังมีหลายรูปไม่ยอมสึก และบางรูปปล่อยข่าวว่าสึกแต่ยังคงอยู่ในสมณเพศ

“บิ๊กเต่า” ย้ำว่า ตำรวจได้ประสานไปยังคณะสงฆ์ทั้ง 2 นิกาย คือ มหานิกายและธรรมยุต เพื่อส่งมอบพยานหลักฐานให้ดำเนินการทางวินัยกับพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดทางอาญา และหากพระรูปใดยังคงแต่งตั้งทนายความอ้างว่าเป็นคลิปตัดต่อเพื่อประวิงเวลา ก็ขอให้รับผิดชอบการกระทำของตนเอง เนื่องจากตำรวจมีพยานหลักฐานแน่นหนาพร้อมที่จะนำมาแสดงให้เห็น

สำหรับการสอบปากคำ “ทิดแหล่” ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันว่า ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ทำให้ตำรวจเข้าใจถึงพฤติกรรมที่ทำให้ “พระตกเป็นเหยื่อ” รวมถึงประเด็นเรื่องเงินที่ให้การสอดคล้องกับหลักฐานที่ตำรวจมี ซึ่งการสอบปากคำในวันนี้เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น และจะมีการนัดหมาย “ทิดแหล่” เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ ให้ครบถ้วน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีพระสงฆ์เกี่ยวข้องมากกว่า 20 รูปนั้น “บิ๊กเต่า” กล่าวว่ายังไม่อยากพูดถึงตัวเลขในตอนนี้ แต่ต้องการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้กลับคืนมา พร้อมยืนยันจะไล่ดำเนินการกับพระทุกรูปที่ยังไม่ยอมสึก

นอกจากนี้ ตำรวจยังเร่งสืบสวนเส้นทางการเงินควบคู่กันไป และจะบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง หากใครดื้อดึงไม่ยอมสึก ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีเรื่องเส้นทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องกับพระทุกรูป แม้พระบางรูปจะสึกไปแล้ว ก็สามารถเรียกกลับมาดำเนินคดีได้ และหากเข้าข่ายการทุจริต ก็จะเป็นมูลฐานความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งตำรวจดำเนินการไปมากแล้วและพบข้อมูลสำคัญจำนวนมาก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติเชื่อว่าความชัดเจนจะเกิดขึ้นในไม่ช้า และการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพียงแค่มีหลักฐานยืนยัน 2-3 คดี ก็เพียงพอที่จะดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์และทุจริตได้แล้ว รวมถึงผู้รับเงินก็จะเข้าข่ายสนับสนุนการกระทำความผิดด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...