โอเปกคาด ความต้องการน้ำมันจะไม่ถึงจุดสูงสุด “ก่อนปี 2593”
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า โอเปกระบุในรายงานประจำปีฉบับล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการน้ำมัน คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 18.6% จาก 103.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2567 เป็นประมาณ 123 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2593
“ความต้องการที่สูงขึ้นจะถูกขับเคลื่อนโดยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัว จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง อุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้พลังงานมาก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และความจำเป็นในการจัดหาพลังงานให้กับผู้คนหลายพันล้านคน ซึ่งความต้องการน้ำมันจะไม่ถึงระดับสูงสุดในอนาคตอันใกล้นี้” นายฮัยษัม อัล-กาอิส เลขาธิการโอเปก ระบุในคำนำของรายงาน
การคาดการณ์ดังกล่าวทำให้โอเปก ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันชั้นนำของโลก มีความขัดแย้งกับองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ที่มีประเทศสมาชิกหลายประเทศเป็นผู้บริโภคน้ำมัน
เมื่อเดือนที่แล้ว ไออีเอคาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเริ่มลดลงในปี 2573 อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และการเลิกใช้น้ำมันดิบเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า อีกทั้งความต้องการน้ำมันในซาอุดีอาระเบียก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากประเทศเปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนแทน
อย่างไรก็ตาม กาอิสกล่าวว่า โอเปกมองว่าความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นหลัก และเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงมีสัดส่วนประมาณ 80% ของอัตราส่วนผสมเชื้อเพลิงทั่วโลก ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย นับตั้งแต่โอเปกถูกก่อตั้งเมื่อปี 2503.
เครดิตภาพ : AFP