โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชูงานวิจัย บทบาทสำคัญของ ESG และความเป็นบริษัทข้ามชาติต่อผลตอบแทนหุ้นไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 02.40 น.

ผศ.ดร.กุลบุตร โกเมนกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยีการเงิน วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ อาจารย์สุรชัย สวนทับทิม รองคณบดีหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ และสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ DPU สร้างผลงานวิจัยคุณภาพระดับนานาชาติในหัวข้อ “IMPACT OF ESG AND MULTINATIONAL CORPORATION ON STOCK RETURNS: EMPIRICAL ANALYSIS OF SET-LISTED COMPANIES” ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Lifestyle and SDGs Review, Volume 5 Issue 6 ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูลระดับโลก SCOPUS

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) รวมถึงสถานะของการเป็นบริษัทข้ามชาติ (Multinational Corporation: MNC) ต่อผลตอบแทนของหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม sSET โดยใช้ตัวอย่างบริษัทจำนวน 136 แห่ง และวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการถดถอยแบบ OLS (Ordinary Least Squares)

จากผลการศึกษา พบว่าสถานะความเป็นบริษัทข้ามชาติ (MNC) มีผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อผลตอบแทนของหุ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจในระดับสากลมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ดีกว่า ในขณะที่ขนาดของบริษัทกลับมีความสัมพันธ์เชิงลบกับผลตอบแทน นั่นหมายความว่า บริษัทขนาดเล็กมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าบริษัทขนาดใหญ่ ส่วนตัวชี้วัดด้านความสามารถในการทำกำไรอย่าง ROA และ ROE ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงสถิติที่มีนัยสำคัญกับผลตอบแทนหุ้นโดยตรง

สำหรับการดำเนินงานด้าน ESG ผลวิจัยพบว่า แม้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อผลตอบแทนของหุ้นในตลาดไทยกลุ่ม sSET แต่ ESG ยังคงมีบทบาทสำคัญในมุมมองเชิงกลยุทธ์และความยั่งยืน อาจส่งผลทางอ้อมผ่านความน่าเชื่อถือขององค์กร ภาพลักษณ์ และการปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้มีประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบาย โดยช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าการเป็นบริษัทข้ามชาติยังคงเป็นปัจจัยเชิงบวกที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในตลาดหุ้นไทย ในขณะที่ ESG แม้จะยังไม่ส่งผลเชิงตัวเลขโดยตรง แต่ก็มีความสำคัญในเชิงภาพลักษณ์และการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว

นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการพัฒนากลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับบริบทของตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวและได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคแตกต่างจากตลาดหลักในประเทศพัฒนาแล้ว

การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารระดับนานาชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล SCOPUS ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงคุณภาพทางวิชาการและศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถแข่งขันในระดับโลก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมบทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในการเป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ตอบโจทย์อนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ https://sdgsreview.org/LifestyleJournal/article/view/6912

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...