โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไตร้องเตือน! หากรู้สึกปวด 2 จุดนี้ ส่งสัญญาณว่า "กำลังมีปัญหา" ควรพบแพทย์ตรวจทันที

sanook.com

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 00.29 น. • Sanook
รู้หรือไม่? เท้าไม่มี 2 อาการนี้ “ไตยังดี” แต่หากรู้สึกปวด 2 จุดนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที!

รู้หรือไม่? เท้าไม่มี 2 อาการนี้ “ไตยังดี” แต่หากรู้สึกปวด 2 จุดนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที!

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเท้า เป็นวิธีหนึ่งในการจดจำสัญญาณเตือนล่วงหน้าของ “โรคไต” แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอวัยวะนี้กำลังมีปัญหาหรือไม่ มาดู 3 สัญญาณสำคัญที่เท้า ซึ่งบ่งบอกว่าไตกำลังมีปัญหากันดีกว่า!

ในศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออก ไตถือเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย เป็นอวัยวะที่บรรจุสารสำคัญของร่างกาย รับพลังงานจากอวัยวะภายในทั้ง 5 ประการ และเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ของชีวิต ทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบปัสสาวะ ระบบเลือด ระบบกระดูก และระบบประสาท

ในมุมมองของคนสมัยใหม่ ไตเปรียบเสมือน “โรงงานกรอง” ขนาดยักษ์ ที่ทำหน้าที่ขับของเสียและดูดซึมสารอาหารกลับเข้าไป หากโรงงานกรองนี้อุดตัน สารพิษต่างๆ ในร่างกายจะสะสม สารอาหารไม่สมดุล และจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา หากไตมีอาการ "ป่วย" โดยไม่แสดงอาการ ร่างกายมักจะไม่ตอบสนองทันที และเมื่อถึงเวลาที่มีอาการไม่สบายที่ชัดเจน ก็อาจจะสายเกินไปเสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม เท้าสามารถบ่งบอกถึงสภาพของไตได้ เส้นลมปราณไตเริ่มต้นที่บริเวณโคนนิ้วก้อย และการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เท้าสามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมถอยของพลังชี่ไตได้ ดังนั้น หากเท้ามีสัญญาณสำคัญ 2 ประการด้านล่างนี้ เช่่อว่าบ่งชี้ถึงการทำงานของไตยังดีอยู่

ประการแรก นิ้วก้อย “ มีเนื้อ ”

นิ้วก้อยเป็น “จุดเริ่มต้น” ของเส้นลมปราณไต นิ้วก้อยที่ใหญ่ หนา และมีเนื้อ มักบ่งบอกว่า “พลังสำรองของไต” ค่อนข้างเพียงพอและทำงานได้ดี หากนิ้วก้อยดูบางและเล็กเป็นพิเศษ (ไม่ใช่เล็กแต่กำเนิด แต่เหี่ยวเฉาและขาดสี) อาจบ่งบอกว่าพลังของไตค่อนข้างอ่อนแอและต้องการการดูแล

ประการที่สอง เล็บเท้าสีชมพู

  • เล็บเท้าที่แข็งแรงจะมีสีชมพูเหมือนดอกซากุระที่กำลังบานเต็มที่ เล็บรูปพระจันทร์เสี้ยวจะยาวประมาณ 1/5 ของความยาวเล็บ แต่เมื่อไตมีปัญหา เล็บเท้าจะแสดงอาการดังต่อไปนี้
  • เส้นแนวตั้งที่ชัดเจน : ร่างกายอาจอยู่ในภาวะเหนื่อยล้ามากเกินไปและสุขภาพไม่ดี
  • สีเล็บซีด : ร่างกายอาจขาดพลังและเลือด บ่งบอกถึงภาวะโลหิตจางและปัญหาอื่นๆ
  • เล็บสีน้ำเงิน ม่วง และเข้ม: การไหลเวียนของอากาศและเลือดในเท้าไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและปวดศีรษะได้
  • เล็บเป็นสีขาวครึ่งซีก ปลายเล็บเป็นสีดำ (โดยเฉพาะเล็บนิ้วก้อย) : บ่งบอกถึงภาวะไตเสื่อมอย่างชัดเจน! อาการนี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษและต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

ในทางตรงกันข้าม หากรู้สึก “ปวด” ในสองจุดนี้ของร่างกาย อาจเป็นสัญญาณที่แสดงว่า “ไตไม่แข็งแรง”

1. ปวดบริเวณหลังส่วนล่างทั้งสองข้าง

ไตอยู่บริเวณหลังส่วนล่างทั้งสองข้าง หากมีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่างทั้งสองข้าง นั่นอาจหมายความว่าไตได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะเมื่อตื่นนอนตอนเช้า จะพบว่าการพลิกตัวลำบาก การเข้าห้องน้ำ สีปัสสาวะจะเข้มขึ้น มีฟองมาก ฟองใช้เวลานานในการละลาย และตัวบวม ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของอาการไตอักเสบ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการปวดทั่วร่างกายได้ โดยปกติจะปวดท้อง

2. ปวดเวลาปัสสาวะ

โดยปกติแล้วเราจะรู้สึกปัสสาวะไม่มากนัก แต่หากรู้สึกปวดปัสสาวะหรือปัสสาวะลำบากขึ้นมากะทันหัน อาจเป็นไปได้ว่าระบบทางเดินปัสสาวะได้รับความเสียหายจากการอักเสบ ที่เกิดจากแบคทีเรียหรือไวรัสบางชนิดที่เข้ามาจากภายนอก หากไม่ได้รับการรักษาและปรับสภาพอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดโรคไตอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพร่างกายและสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี เพื่อปกป้องไตและป้องกันโรคไต

แนะนำ 3 วิธีการดูแลสุขภาพไต แค่ทำสิ่งเหล่านี้ทุกวัน!

1. แช่เท้า

เวลาที่ดีที่สุดคือ 19.00-21.00 น. เพราะเส้นลมปราณไต “เจริญรุ่งเรือง” โดยควรใช้อ่างไม้ แบะอุณหภูมิของน้ำประมาณ 40 องศาเซลเซียส แช่ไว้ 15-30 นาที จนมีเหงื่อออกเล็กน้อย น้ำอุ่นสามารถนำเลือดและพลังงานลงมา ช่วย "เติมพลังงาน" ให้กับเส้นลมปราณไต ทำความสะอาดช่องทางและเส้นเลือดข้างเคียง และขจัดความเย็นและความชื้น

2. การเดินด้วยส้นเท้า

คือหารก้าวยาวๆ ส้นเท้าแตะพื้นก่อน ปลายเท้าเตะไปข้างหน้าเหมือนเตะบอลเบาๆ เมื่อเท้าหลังแตะพื้น ให้ยกส้นเท้าขึ้น หลังตรง อย่างอเข่า โดยประโยชน์ที่ได้ในแต่ละก้าวจะกระตุ้นส้นเท้า ส่วนนี้มีจุดฝังเข็มที่เกี่ยวข้องกับเส้นลมปราณไต การกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอจะมีประโยชน์ในการเสริมสร้างไต การเดินสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

3. ยกส้นเท้า

ยืนโดยให้เท้าชิดกัน นิ้วเท้าทั้งห้าแตะพื้น เกร็งทวารหนัก ดึงหน้าท้องเข้า ยกส้นเท้าขึ้น (เขย่งเท้า) ผ่อนคลายไหล่ ศีรษะหันไปทางท้องฟ้า จากนั้นปล่อยส้นเท้าลงเบาๆ พร้อมเขย่าร่างกายทั้งหมด ประโยชน์คือการเขย่งเท้าจะช่วยยืดเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะและไตบริเวณหลังและขา การเขย่าพื้นเบาๆ ช่วยนวดอวัยวะภายในและควบคุมการไหลเวียนของเลือด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...