โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

UOB เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำ 3% ต่อเนื่องไปอีก 5 ปี หลัง ‘ภาษีทรัมป์’ เขย่าการค้า กดดันส่งออก-การลงทุนทรุด

TODAY Bizview

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.35 น. • workpointTODAY

การกลับมาของนโยบายกีดกันทางการค้าของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ด้วยมาตรการ Reciprocal Tariff อัตรา 36% ไม่เพียงเขย่าภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกเท่านั้น

แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมทันทีสู่เศรษฐกิจไทยที่พึ่งพิงการส่งออกไปยังสหรัฐฯ มากถึง 1 ใน 5 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด และถือเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะ ‘ดีมานด์ช็อก’ ที่กำลังลามสู่ภาคธุรกิจ ภาคการผลิต และกำลังซื้อของผู้บริโภค

ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study 2025 สะท้อนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยที่ถดถอยลงต่อเนื่อง และความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความท้าทาย ธุรกิจไทยยังคงแสดงศักยภาพในการปรับตัว ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายตลาดสู่ภูมิภาค การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการเร่งมาตรการ ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

[ สหรัฐฯ เล่นแรง ประกาศขึ้นภาษีไทย 36% ]

เช้าวันหนึ่งในเดือน ก.ค. 2568 ประเทศไทยได้รับเอกสารแจ้ง ‘ภาษีตอบโต้ทางการค้า’ จากสหรัฐฯ ด้วยอัตรา Reciprocal Tariff 36% ซึ่งกระทบสินค้าไทยหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารแปรรูป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์การแพทย์

ผลกระทบแบ่งออกเป็น 3 ระลอก ได้แก่:

1. ภาคส่งออกโดยตรง ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทันที ความต้องการลดลง สต๊อกสินค้าค้างมากขึ้น และต้องลดรอบการผลิต หรือลดโอทีพนักงาน ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของคนในประเทศ

2. ผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน Suppliers ที่ผลิตชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบให้กับผู้ส่งออกก็ได้รับผลกระทบตามมา โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ที่ขาดความยืดหยุ่นทางการเงิน

3. การแข่งขันจากจีน เมื่อสหรัฐฯ กีดกันจีนและไทยพร้อมกัน สินค้าจีนจำนวนมากทะลักเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนในราคาถูกลง เพิ่มการแข่งขันในตลาดที่ 3 เช่น มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือแม้แต่ภายในประเทศเอง

[ ความเชื่อมั่นถดถอย ธุรกิจต้องเอาตัวรอด ]

จากผลสำรวจของ UOB พบว่า

• ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทยลดลงเหลือเพียง 52% ในปี 2568 จาก 62% ในปี 2566

• กลุ่มที่กังวลมากที่สุดคือ SMEs

• อุปสรรคหลัก ได้แก่ เงินเฟ้อ ต้นทุนพุ่ง ความไม่แน่นอนด้านภาษี และอัตราแลกเปลี่ยน

แนวทาง ‘เอาตัวรอด’ ที่สำคัญในระยะสั้น ได้แก่

• วิเคราะห์ตลาดเดิมว่า ‘ราคาสินค้าของเรายังแข่งขันได้หรือไม่’

• ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน

• หาพันธมิตรใหม่ เช่น Distributor ท้องถิ่น เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายในภูมิภาค

• ร่วมโครงการสนับสนุนจากธนาคาร เช่น knowledge sharing, cost advisory, export tools

[ ดิจิทัล & ESG ตัวช่วยใหม่ในภาวะวิกฤต ]

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการปรับตัวคือ ‘เทคโนโลยีดิจิทัล’ และ ‘ESG’ โดยจากผลสำรวจ พบว่า

• 68% ของธุรกิจไทย วางแผนเร่ง Digital Transformation

• 60% ให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้นภายหลังมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

• แต่มีเพียง 53% เท่านั้นที่ลงมือทำจริง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง

อุปสรรคยังคงอยู่ เช่น ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ต้นทุนเทคโนโลยี หรือพฤติกรรมลูกค้าที่ยังไม่พร้อมจ่ายแพงขึ้นสำหรับสินค้ายั่งยืน แต่ก็เป็นโอกาสหากธุรกิจสามารถแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในระยะยาว

สถิตย์ แถลงสัตยา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจสัมพันธ์ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

[ โอกาสใหม่ ‘ภูมิภาคนิยม’ มาแทนโลกาภิวัตน์ ]

เมื่อโลกเริ่มถอยห่างจากโลกาภิวัตน์ ประเทศไทยและธุรกิจไทยสามารถหันไปหาโอกาสในระดับภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วขึ้น ข้อมูลสำคัญ พบว่า

• 90% ของธุรกิจไทย ตั้งเป้าขยายตลาดต่างประเทศ

• 60% ของแผนขยายตลาดเน้น อาเซียนเป็นหลัก

• ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม รองลงมาคือจีนและญี่ปุ่น

• สิ่งที่ต้องการ: การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ข้อมูลเชิงลึก และพันธมิตรท้องถิ่น

[ กลยุทธ์การเอาตัวรอดสำหรับธุรกิจไทย ]

1. ทำความเข้าใจตลาดใหม่ในระดับภูมิภาค ผ่านการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางการขายแบบดิจิทัล

2. ใช้โอกาสจาก Megatrends เช่น สังคมผู้สูงอายุ กลุ่มนี้ต้องการสินค้าหรือบริการเฉพาะ เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อาหารทางการแพทย์

3. สร้างความแตกต่างผ่าน ESG การทำให้แบรนด์มีจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจะเป็นแต้มต่อในตลาดใหม่

4. ลงทุนในคน ปัญหาหลักที่ยังมีอยู่คือแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะ ดังนั้นการอบรมและรักษาพนักงานกลุ่มนี้คือกุญแจสำคัญ

[ ไม่ใช่แค่อยู่รอด แต่ต้อง ‘ปรับให้ไว และรุกให้ทัน’ ]

‘ภาษีทรัมป์’ ไม่ใช่เพียงแค่มาตรการภาษี แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจโลกใหม่ ที่บีบบังคับให้ทุกประเทศและทุกธุรกิจต้องตื่นตัวและปรับตัว ไม่ใช่แค่ ‘เอาตัวรอด’ แต่ต้องเปลี่ยนเกมให้เป็น ‘โอกาส’

ธุรกิจไทยมีศักยภาพมากพอจะเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ผ่านการขยายตลาดในอาเซียน การใช้เทคโนโลยี และการเร่งความยั่งยืน เพื่อวางรากฐานสู่อนาคตอย่างมั่นคงยิ่งกว่าเดิม…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...