โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไทยผนึกกำลัง Interpol กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ตั้งเป้าลดอาชญากรรม 50% ใน 3 เดือน

THE STANDARD

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • thestandard.co
ตำรวจไทยผนึกกำลัง Interpol กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ตั้งเป้าลดอาชญากรรม 50% ใน 3 เดือน

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) และหัวหน้าหน่วยงานสำคัญในการต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่องค์การตำรวจสากล (Interpol) ณ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เพื่อหารือและยื่นหนังสือขอความร่วมมือในการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานที่มั่นอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกัมพูชา ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคม

พล.ต.อ.ธัชชัย ได้บรรยายและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์อาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสมาชิก Interpol รวมถึงหารือกับ Cyril GOUT ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายกิจการตำรวจ และ Abdulaziz OBAIDALLA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการสนับสนุนส่วนภูมิภาค

โดยเน้นย้ำถึงความรุนแรงของปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ที่มีฐานที่มั่นในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกัมพูชา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อไทยและนานาชาติอย่างมาก รายได้จากอาชญากรรมเหล่านี้มีมูลค่าสูงกว่า 60% ของรายได้ประเทศกัมพูชา อ้างอิงจากข้อมูลของ UNODC

ผลจากการหารือเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดย Interpol ได้ยืนยันที่จะร่วมมือกับทางการไทยอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งการสนับสนุนเครื่องมือ ข้อมูลเชิงลึก การวิเคราะห์ และการวางแผนปฏิบัติการ เพื่อเปิดฉากกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ Interpol จะส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาประจำการที่ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ของประเทศไทย (War Room) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลไทย ที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการนำองค์กรระหว่างประเทศและประเทศต่างๆ เข้ามาร่วมในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย

พล.ต.อ.ธัชชัย อธิบายเพิ่มเติมว่า Interpol ซึ่งมีสมาชิก 196 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยและกัมพูชา จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานความร่วมมือระหว่างตำรวจนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายในประเทศสมาชิก แลกเปลี่ยนข้อมูลคนร้ายและข้อมูลอาชญากรรม การขับเคลื่อนการปราบปรามผ่านกลไกของ Interpol จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน และสามารถปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ได้อย่างเด็ดขาด

พล.ต.อ.ธัชชัย แสดงความมั่นใจว่า การจัดตั้ง ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ของประเทศไทย (War Room) ที่มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะเป็นกลไกทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งมีความสัมพันธ์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะในกัมพูชา

สิ่งนี้จะช่วยให้การติดตามจับกุมคนร้ายและการอายัดเงินที่ถูกหลอกลวงสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและทันต่อรูปแบบการกระทำความผิดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


รัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ภายใน 3 เดือนนับจากนี้ ปัญหาอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในประเทศไทยต้องลดลงมากกว่า 50% และที่สำคัญคือ ต้องไม่ให้กลุ่มคนร้ายใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไปอย่างเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...