“สุริยะ” นั่ง รักษาการนายกแทน “แพทองธาร” ระหว่างหยุดทำหน้าที่ มีอำนาจเต็มๆ
“สุริยะ” นั่ง รักษาการนายกแทน “แพทองธาร” ระหว่างหยุดทำหน้าที่ มีอำนาจเต็มๆ
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รับไม้ต่อ นั่งรักษาการนายกรัฐมนตรีแทน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เตรียมนำ ครม. ใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ 3 ก.ค.นี้ พร้อมอำนาจเต็มสั่งการ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากมีประกาศโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ซึ่งมีคำสั่งให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ้นจากตำแหน่งเดิม และไปดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นายเดชอิชม์ ทองขาว พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทั้ง 4 คนดังกล่าวจะต้องรอเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ได้ เนื่องจากตามหลัก หากมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งแม้เพียงตำแหน่งเดียว ก็จะถือว่าต้องพ้นจากตำแหน่งเดิมทั้งหมด ขณะเดียวกัน จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรณีขอให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา
ทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้เตรียมแผนรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว โดยบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีแทน คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งจะมีอำนาจเต็มในการสั่งการและนำเรื่องต่างๆ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รวมถึงการแต่งตั้งบุคลากรและจัดสรรงบประมาณตามปกติ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีความกังวล เนื่องจากไม่เคยมีกรณีนายกรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างขั้นตอนการนำคณะรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะกรณีที่รักษาการนายกรัฐมนตรีจะต้องนำ ครม. ใหม่เข้าเฝ้าแทน ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือกับสำนักงานเลขาธิการกฤษฎีกาเพื่อเตรียมความพร้อมและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว