กกร.ห่วงการเมืองป่วนเศรษฐกิจ ขอ ครม.ใหม่ทำงานชัดเจน–ฟังเอกชน เดินหน้านโยบายเร่งด่วน
กกร.ห่วงการเมืองป่วนเศรษฐกิจ ขอ ครม.ใหม่ทำงานชัดเจน–ฟังเอกชน เดินหน้านโยบายเร่งด่วน
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง สถานการณ์ทางการเมือง และ การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่
นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เสถียรภาพทางการเมือง และเสถียรภาพของรัฐบาลมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม วิถีทางการเมือง กกร. จะไม่เข้าไปก้าวล่วง แต่ปัญหาทางการเมืองก็ยังเป็นสิ่งที่ประเทศที่ยังต้องผ่านพ้นไปให้ได้ จากที่ทราบกันว่าจะมี การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงปัญหาที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ดังนั้นสิ่งที่กังวลว่าจะสะดุดคือ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ที่จะเริ่ม 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งการขับเคลื่อนส่วนนี้รวมถึงนโยบายอื่นๆ จะต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากคณะรัฐบาล
ด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่เอกชน ห่วงที่สุดคือ เสถียรภาพของรัฐบาลที่จะต้องรีบจบกระบวนการทางการเมืองให้รวดเร็วที่สุด และสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ตามปกติ และต้องเป็นรัฐบาลที่ มีทีมงานที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับในประเทศและต่างประเทศ ส่วนนโยบายจะต้องเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคมในขณะนี้ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยอยู่จุดสุ่มเสี่ยงของปัญหาที่รุมเร้าไปหมดทั้ง ด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยระหว่างประเทศและในประเทศ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลมีการขับเคลื่อนโดยเร็ว
“ใครจะเป็นรัฐบาลก็ขอให้เน้นทำงานก่อนและต้องมีความชัดเจน และขออยากให้รับฟังเอกชน ทั้งข้อเสนอแนะและคำแนะนำจากเครือเอกชน เพราะ กกร. ถือเป็นภาคส่วนที่ตัวแทนของภาคเอกชนที่มีความสำคัญที่สุดในประเทศไทย ที่เราจะสามารถให้ข้อเสนอแนะได้“ นายพจน์ กล่าว
ด้าน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมือง ซึ่งล่าสุด กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตรงนี้ ตนเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อเนื่อง แต่ตนยังไม่เห็นสัญญาณของนักลงทุนที่จะยกเลิกการเข้ามาลงทุนในไทยทันทีที่เหตุการณ์เกิด เพราะการลงทุนไม่ใช่จะยกเลิกกันง่ายๆ และการลงทุนจะต้องดูสถานการณ์รอบข้าง แต่หลังจากนี้ ก็จะต้องดูสถานการณ์ต่อไปว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง และค่อยประเมินกันไป
นายเกรียงไกร กล่าวว่า แต่จริงๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เสถียรภาพทางเมืองมีผลต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะล่าสุดที่รัฐบาลจะออกมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ประชาชนก็เฝ้ามองว่าจะออกมาเมื่อไหร่และเป็นอย่างไร แต่เมื่อมีเหตุการณ์นี้ ก็ต้องมีความกังวลว่าจะมีการเลื่อนออกไปล่าช้า หรือสะดุดหรือไม่ ดังนั้นจึงมองว่า สถานการณ์ความผันผวนทางเมืองตอนนี้ ถือว่ามาเกิดในช่วงที่ประเทศเปราะบางที่สุด และ มาเกิดในช่วงที่ทีมไทยแลนด์กำลังเดินทางไปเจรจากับทางสหรัฐอเมริกาเรื่องภาษีซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดระดับประเทศเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจก็มีความกังวลว่าน้ำหนักการเจรจาจะลดลงหรือไม่ เพราะการเจรจาด้านภาษีไทยกับสหรัฐฯจะมีผล ต่อการแข่งขันถ้าหากเทียบกับคู่แข่งโดยเฉพาะเวียดนามอินโดนีเซียและมาเลเซียดังนั้นจึงต้องดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ในภาคของการผลิตแม้การส่งออกไทยในช่วง 5 เดือน จะมีการเติบโตแต่การผลิตภายในประเทศ ยังเติบโตน้อยมาก เมื่อดูแล้วส่วนใหญ่เป็น เป็นการนำเข้าเพื่อการส่งออก ดังนั้นตนจึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องเข้ามาดูเรื่องของการสวมสิทธิ์เพื่อปกป้องผู้ผลิตและผู้ส่งออกภายในประเทศ พร้อมยังต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกร.ห่วงการเมืองป่วนเศรษฐกิจ ขอ ครม.ใหม่ทำงานชัดเจน–ฟังเอกชน เดินหน้านโยบายเร่งด่วน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th