โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปภ.เกาะติดพายุวิภา เร่งประสานจังหวัดระบายน้ำช่วยประชาชน

PostToday

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 06.33 น.

วันนี้ (26 ก.ค.68) เวลา 09.00 น. ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุวิภา โดยประสานจังหวัดเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการดำรงชีพ การแพทย์และสาธารณสุข และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ปภ.ได้แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ริมแม่น้ำ อ.วังชิ้น จ.แพร่ อ.ศรีสำโรง อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ให้ยกของขึ้นที่สูงทันที อพยพไปยังศูนย์พักพิง นอกจากนี้ ได้ประสานจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อมในการป้องกันพื้นที่จากเหตุระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตชุมชน โรงพยาบาล และพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับการอพยพของประชาชน

โดยมี นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุม ผู้แทนจังหวัดที่ประสบสถานการณ์อุทกภัย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ประสบสถานการณ์อุทกภัย ผู้แทนสำนัก/กองส่วนกลาง ปภ. เข้าร่วมประชุม และเข้าร่วมประชุมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม จากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ที่ส่งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ถึงแม้ว่าปัจจุบันได้อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่อิทธิผลของพายุที่ผ่านมาได้ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ และเลย รวม 50 จังหวัด 246 ตำบล 1,348 หมู่บ้าน

ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,900 ครัวเรือน 115,858 คน ผู้สูญหาย 1 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา ลำปาง และแพร่ รวม 37 อำเภอ 201 ตำบล 917 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 25,241 ครัวเรือน 83,820 คน ภาพรวมสถานการณ์น้ำในทุกจังหวัดลดลง

แม้ว่ามีหลายพื้นที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่การดำเนินการให้ความช่วยเหลือในทุกจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง

โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่เครื่องมืออุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ มูลนิธิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนอาสาสมัคร และภาคประชาชน เข้าปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยด้านชีวิตของประชาชนเป็นลำดับแรก ตลอดจนดูแลประชาชนในเรื่องของการดำรงชีพ การแพทย์และสาธารณสุข และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รวมถึงเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

สำหรับการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ได้อพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ส่วนการดูแลและการดำรงชีวิต ได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โรงครัวประกอบเลี้ยง เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกแก่ผู้ประสบภัย ตลอดจนทางด้านหน่วยแพทย์ ได้มีการบริการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้ประสบภัย และมอบยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นกับผู้ประสบภัย

ส่วนการดูแลอำนวยความสะดวก จัดดูแลความปลอดภัยด้านการสัญจรผ่านเส้นทางท่วมขังให้กับพี่น้องประชาขน และติดตั้งป้ายแจ้งเตือน เส้นทางเลี่ยง ตลอดจนเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง เพื่อให้ประชาชนได้สามารถสัญจรได้และประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหาย

ซึ่งขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สนับสนุนถุงยังชีพไปยังจังหวัดที่เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น รวม 18,900 ชุด และได้สนับสนุนทรัพยากรจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ใกล้เคียงที่ไม่มีสถานการณ์ภัยในพื้นที่ เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งได้มอบหมายให้นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีม ปภ.ส่วนกลาง เข้าสนับสนุนการอำนวยการและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน และจังหวัดในภาคเหนือแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...