โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปะทะเดือดชายแดนไทย–กัมพูชา "ไทย" กระทบแล้ว 5 จังหวัด อพยพแล้วกว่า 1.3 แสนคน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 13.14 น.

ปะทะเดือดชายแดนไทย–กัมพูชา "ไทย" กระทบแล้ว 5 จังหวัด อพยพแล้วกว่า 1.3 แสนคน

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 – ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความรุนแรงขึ้น หลังเกิดการปะทะด้วยอาวุธหนักต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 โดยมีการใช้ทั้งปืนใหญ่, จรวดพิสัยกลาง และเครื่องบินรบ ส่งผลให้ประชาชนบริเวณแนวชายแดนได้รับผลกระทบอย่างหนัก

จังหวัดของไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่

สุรินทร์ – พื้นที่แนวชายแดนถูกถล่มด้วยจรวดและปืนใหญ่ ทหารไทยเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ศรีสะเกษ – จุดปะทะใกล้เขาพระวิหาร มีเสียงระเบิดดังตลอดทั้งคืน ประชาชนเร่งอพยพ

อุบลราชธานี – ทหารลาดตระเวนเจอทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน อำเภอใกล้ชายแดนเข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน

บุรีรัมย์ – มีการเคลื่อนกำลังเข้าสนับสนุนแนวหน้าพร้อมตั้งศูนย์อพยพรองรับชาวบ้าน

ตราด – ปะทะล่าสุดขยายมายังชายแดนฝั่งตะวันออก ทำให้ต้องปิดด่านชายแดนทุกแห่ง

ยอดความเสียหายล่าสุด:

ผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 33 ราย (รวมทหารและพลเรือน)

ประชาชนอพยพแล้วกว่า 130,000 ราย

ด่านชายแดนไทย–กัมพูชาทุกแห่งถูกปิด

รัฐบาลประกาศกฎหมายพิเศษ (กฎอัยการศึก) ใน 8 อำเภอชายแดน

ขณะที่ประชาคมโลก รวมถึงสหรัฐฯ จีน และอาเซียน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศหยุดยิงและเปิดเจรจาโดยด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการขยายความรุนแรงในภูมิภาค

รัฐบาลไทยยืนยันว่าพร้อมปกป้องอธิปไตย แต่ไม่ต้องการให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้าใช้การทูตควบคู่กับการป้องกันประเทศ

สถานการณ์ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากทางราชการ หลีกเลี่ยงข่าวลือ และเตรียมพร้อมกรณีมีคำสั่งเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...