โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: ล่า ‘ช้าง’ แต่ ‘แร้ง’ ซวย แร้งนับร้อยในอุทยานที่แอฟริกาใต้ เสียชีวิตจากการกินซากช้างที่ถูกวางยา เพื่อนำชิ้นส่วนไปค้าแบบผิดกฎหมาย

BrandThink

เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 07.05 น.

สื่อต่างประเทศมีรายงานเรื่องที่เจ้าหน้าที่อุทยานและกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าในแอฟริกาใต้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2025 พบแร้งจำนวนอย่างน้อย 123 ตัวเสียชีวิตในอุทยานแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้ มีสาเหตุมาจากการกินซากช้างที่ถูกวางยาพิษ
.
หน่วยงานอุทยานแห่งชาติ หรือ SANParks และกองทุนสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ‘Endangered Wildlife Trust’ ระบุว่า นี่เป็นเหตุการณ์วางยาครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในอุทยานครูเกอร์ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางกิโลเมตร
.
ส่วนแร้งที่รอดชีวิตอีก 83 ตัว ถูกลำเลียงส่งไปรักษาด้วยเฮลิคอปเตอร์และรถพยาบาลพิเศษสำหรับแร้ง ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างพักฟื้น
.
สาเหตุที่ช้างถูกวางยา เนื่องจากกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ต้องการนำชิ้นส่วนของช้างไปขาย SANParks และ Endangered Wildlife Trust ระบุว่า “ผู้ลักลอบล่าสัตว์ใช้สารพิษสำหรับการเกษตรมากขึ้นเพื่อล่าสัตว์ที่มีมูลค่าสูง” และกำลังเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง
.
ทำให้แร้งที่กินซากสัตว์ป่าที่ตายแล้ว ได้รับผลกระทบจากการล่าสัตว์ที่เกิดขึ้น เหตุนี้ทำให้แร้งหลายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากขึ้นไปอีก
.
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าระบุว่าต้องต่อสู้กับกลุ่มผู้ลักลอบล่าสัตว์ทุกวัน เพื่อปกป้องสัตว์อย่างช้าง แรด และสิงโต จากการถูกฆ่าเพื่อการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
.
องค์กรผู้เชี่ยวชาญเรื่องแร้ง ‘Vulpro’ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของแร้ง อาจทำให้แร้งอีกหลายตัวที่ไม่พบในที่เกิดเหตุได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

อ้างอิง:

How poaching caused over 100 vultures to die in mass poisoning in South African national park. https://tinyurl.com/yc76amr5

.
#SOCIETY#BrandThink#CreativeChange#Empowering#Diversity#PositiveImpact

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...