โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สหภาพยุโรป ยกไทยทำลายป่าน้อยลง เปิดทางส่งออก 7 สินค้าหลัก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 01.39 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 9 มิ.ย.-สหภาพยุโรป ยกไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ดีขึ้น มีการตัดไม้ทำลายป่าน้อยลง เปิดทางส่งออก 7 สินค้าหลักสู่ยุโรปง่ายขึ้น สามารถแข่งขันได้มากขึ้น

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่ถูกจัดในระบบ Benchmarking ซึ่งเป็นการประกาศรายชื่อประเทศตามระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ การผลิตสินค้าที่อาจเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ภายใต้มาตรการสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) โดยประเทศไทย ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ (Low-Risk Country) เช่นเดียวกับ สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว และบรูไน กล่าวคือ สินค้าที่ส่งออกจากประเทศกลุ่มนี้ไปยังสหภาพยุโรปจะมีขั้นตอนในการยื่นข้อมูล เอกสาร หรือการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูกหรือพื้นที่เก็บเกี่ยววัตถุดิบ ตามข้อกำหนดของ EU เข้มงวดน้อยกว่าประเทศที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลางและสูง

ทั้งนี้ การจัดระดับประเทศตามความเสี่ยงภายใต้มาตรการ EUDR แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ (Low-Risk Country) กลุ่มประเทศความเสี่ยงปานกลาง (Standard-Risk Country) และกลุ่มประเทศความเสี่ยงสูง (High-Risk Country)

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าในปี 2567 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่าไปตลาดโลก 10,998.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปตลาด EU 694.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 6.31% ของสินค้าที่ส่งออกจากไทยไปโลก การที่ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศ Low-Risk ภายใต้ EUDR ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนด้านการตรวจสอบเอกสารและเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาด EU

สำหรับมาตรการ EUDR มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงรับมือการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าทั่วโลก ทั้งที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมายและจากการขยายตัวทางการเกษตร ครอบคลุมสินค้าทั้งหมด 7 รายการ ได้แก่ วัว ไม้ ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง กาแฟ โกโก้ และยางพารา รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสินค้าดังกล่าว โดยผู้ประกอบการในประเทศต่าง ๆ จะต้องแสดงข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับตามระดับความเสี่ยงที่ได้รับการจัดกลุ่มประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการขนาดใหญ่จะต้องแสดงรายงานดังกล่าวให้กับหน่วยงานของ EU ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรายย่อย (SMEs) จะต้องแสดงรายงานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดโลก การที่ไทยได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้สินค้าไทยขยายตลาดในยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://green-forum.ec.europa.eu/deforestation-regulation-implementation/eudr-cooperation-and-partnerships/country-classification-list_en หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มงานบริหารสินค้าสองทาง กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า 02 528 7500-29 ต่อ 4710 หรือสายด่วน 1385 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...