โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผ่านครึ่งปีคดีไม่คืบ! ‘นักธุรกิจหญิง’ สุดช้ำ! โดนเพื่อนวงแชร์หลอกลงทุนสูญ 15 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 23.57 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 16.57 น. • เดลินิวส์
นักธุรกิจหญิงสุดเจ็บช้ำ เสียท่าถูกเพื่อนในวงแชร์หลอกลงทุนนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูญเงินกว่า 15 ล้าน แจ้งความไปครึ่งปีแล้วแต่คดีไม่คืบ หนำซ้ำบัญชีคนก่อเหตุยังไม่โดนอายัด

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นางธนินท์ธร อายุ 56 ปี นักธุรกิจด้านประกันชีวิต หอบหลักฐานสลิปการโอนเงิน ข้อความแชตการสนทนาเข้าร้องสื่อ หลังถูกเพื่อนที่รู้จักกันในกลุ่มบ้านแชร์ ชื่อ น.ส.เต้ย อายุ 40 ปี หลอกให้ร่วมลงทุนกับบริทัษนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยอ้างว่าจะได้ผลกำไรตอบแทนสูง ด้วยความไว้วางใจจึงนำเงินที่เก็บสะสมไว้มาร่วมลงทุน จนมาทราบภายหลังว่าบริษัทดังกล่าวไม่มีอยู่จริง ทำให้สูญเงินไปกว่า 15 ล้านบาท จากนั้นเดือน ก.ย.67 ได้ไปแจ้งความที่ตำรวจกองปราบ ต่อมาเดือน ธ.ค.67 ตำรวจกองปราบได้โอนคดีมาที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ หลังจากโอนย้ายมาได้ไม่นานได้มีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนมาแล้วถึง 2คน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

นางธนินทร์ธร กล่าวว่า ตนรู้จักกับเพื่อนคนนี้ในวงแชร์ตั้งแต่ปี 64 และได้มีการพบปะพูดคุยกันมาตลอด ต่อมาเพื่อนคนนี้ได้ขอยืมเงินไปจำนวนหนึ่ง โดยช่วงแรกก็มีการจ่ายเงินคืนตามปกติจนกระทั่งพักหลังเขาไม่มีเงินจ่ายคืน เขาจึงชักชวนให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตอนแรกตนนำเงินเก็บของครอบครัวไปลงทุนจำนวนหนึ่ง ได้รับผลตอบแทนดีมาก ตนโอนเงินไปให้เขาไม่ถึง 10 นาที เขาก็โอนค่าตอบแทนคืนกลับมา จากนั้นเขาก็แจ้งว่าจะมีสินค้าเข้ามาจำนวนมาก ต้องใช้เงินเยอะ ตนก็โอนให้เขา เป็นแบบนี้มาตลอดเกือบ 1 ปี ถ้านับเงินเก็บกับเงินค่าตอบแทนรวมกันทั้งหมดประมาณ 29 ล้านบาท ตนมาเอะใจว่าทำไมการโอนเงินให้เขาแต่ละครั้งจะได้ค่าตอบแทนทันที จึงคิดว่าเขาน่าจะโอนเงินของตนกลับมาเป็นค่าตอบแทน ทางสามีของตนจึงเริ่มทำการตรวจสอบ จึงพบว่าบริษัที่เขานำมาอ้างไม่ได้มีอยู่จริง เบอร์โทรศัพท์ทุกเบอร์ก็เป็นชื่อของเขาคนเดียว จึงมั่นใจว่าถูกหลอก หลังจากนั้นก็ไม่ได้โอนให้เขาอีก และพยายามทวงเงินคืน

ซึ่งเขาก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่มีเงินไปจ่ายค่าสินค้า ถ้าตนอยากได้เงินคืนก็ให้หาเงินมาให้ ด้วยความอยากได้เงินคืนจึงไปขอยืมเงินพ่อมาล้านกว่าบาทเพื่อโอนให้เขา แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ค่าตอบแทน แถมยังปิดเบอร์โทรศัพท์ทุกเบอร์ที่เคยติดต่อกัน ตนจึงไปร้องกับทางตำรวจกองปราบ แต่ทางตำรวจกองปราบแจ้งว่ามีผู้เสียหายเพียงคนเดียว ไม่สามารถรับคดีได้ จึงโอนเรื่องมาที่ สภ.ปากเกร็ด ตั้งแต่เดือน ธ.ค.67 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงสอบถามพนักงานสอบสวนที่รับเรื่อง เขาแจ้งว่าย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว มีพนักงานสอบสวนคนใหม่มาทำเรื่องแทน จากนั้นก็ไปสอบถามกับพนักงานสอบสวนคนใหม่ เขาแจ้งว่าตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอข้อมูลกับทางธนาคาร ซึ่งรู้สึกแปลกใจว่าทางพนักงานสอบสวนทำไมไม่มีการอายัดบัญชีของคนก่อเหตุ และยังปล่อยให้เขาทำธุรกรรมได้ตามปกติ ตอนนี้คิดว่าเงินของตนคงถูกถ่ายโอนไปหมดแล้ว

นางธนินทร์ธร กล่าวอีกว่า ที่ตัดสินใจมาร้องสื่อเพื่อขอให้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า ทางตำรวจสภ.ปากเกร็ด ทำงานล่าช้า แถมยังไม่มีการอายัดบัญชีคู่กรณี ตอนนี้ตนหมดตัวแล้ว แถมยังต้องหาเงินใช้หนี้ให้กับคนที่ไปกู้ยืมมา ที่เสียใจที่สุดก็คือเอาเงินเก็บของพ่อประมาณล้านกว่าบาทโอนให้ไปเขา สรุปแล้วมีการโอนกลับไปกลับมาจนสุดท้ายตนยังไม่ได้เงินคืนที่เหลืออีก 15 ล้านบาท ทำให้บางครั้งตนรู้สึกเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า เคยคิดจะฆ่าตัวตายเพราะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน แต่ก็เป็นห่วงลูก ห่วงทุกคน ยังดีที่มีสามีและลูกคอยให้กำลังใจ จึงอยากวิงวอนตำรวจช่วยติดตามและดำเนินการเรื่องนี้ให้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...