โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดโฉมแหล่งก๊าซ ‘อะแลสกา’ หนึ่งในหัวข้อเจรจาภาษีไทย-มะกัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 03.24 น.

ท่ามกลางนโยบายและมาตรการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ โดยเฉพาะในภาคพลังงาน เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่ใช้ในการเจรจา คือการเพิ่มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐ เพื่อช่วยลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของไทย

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์การจัดหาก๊าซธรรมชาติของไทย พบว่าไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้ากว่า 58% ของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด โดยที่ก๊าซจากอ่าวไทยสามารถใช้ผลิตไฟฟ้าได้เพียง 60% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ รวมถึงปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมีแนวโน้มที่จะลดลงในอนาคต ดังนั้น ไทยจึงมีความจำเป็นต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นในอนาคต

ข้อดีราคาถูกกว่า-ขนส่งสั้นกว่า

กระทรวงพลังงานจึงเล็งเห็นศักยภาพเชิงพาณิชย์ของโครงการ Alaska LNG (Alaska Liquefied Natural Gas) ซึ่งดำเนินการโดย Alaska Gasline Development Corporation (AGDC) ร่วมกับบริษัท Glenfarne Group เป็นโครงการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดใหญ่จากรัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเป้าหมายเพื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในเขต North Slope ทางตอนเหนือของรัฐไปยังตลาดโลก โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน

ข้อมูลจาก High North News ระบุว่า เส้นทางการขนส่งเริ่มจาก North Slope ผ่านพื้นที่ใต้อ่าวคุก (Cook Inlet) ไปยังเมือง Nikiski ในภูมิภาค Southcentral Alaska จากนั้นส่งต่อทางเรือไปยังตลาดในเอเชีย ใช้เวลาเดินทางเพียง 7-9 วัน โดยไม่ต้องผ่านคลองปานามา หรือแหลม Horn of Africa ซึ่งช่วยลดต้นทุนการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะสามารถขนส่ง LNG มายังไทยได้ภายใน 10-15 วัน ในขณะที่การขนส่งจากแหล่งในตะวันออกกลางใช้ระยะเวลาถึง 20-35 วัน

โครงสร้างของ Alaska LNG ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) โรงแยกก๊าซ (Gas Treatment Plant) ตั้งอยู่ที่แหล่งก๊าซ Prudhoe Bay (ทางตอนเหนือของอะแลสกา) ใช้แยกสารที่ไม่ต้องการออกจากก๊าซก่อนส่งผ่านท่อ 2) ท่อส่งก๊าซ (Pipeline) ความยาวประมาณ 800 ไมล์ (ประมาณ 1,300 กิโลเมตร) เส้นผ่านศูนย์กลาง 42 นิ้ว ส่งก๊าซจากตอนเหนือของรัฐลงมาทางใต้ 3) โรงแปรรูปก๊าซเป็นของเหลว (Liquefaction Facility) ตั้งอยู่ที่เมือง Nikiski บนคาบสมุทร Kenai (ตอนใต้ของรัฐ) ทำหน้าที่เปลี่ยนก๊าซธรรมชาติเป็นของเหลว (LNG) เพื่อง่ายต่อการส่งออกทางเรือ

โครงการนี้มีศักยภาพของปริมาณก๊าซสำรองที่พิสูจน์แล้วในพื้นที่ North Slope กว่า 40 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ที่สามารถผลิตและส่งออก LNG ได้กว่า 20 ล้านตันต่อปี เริ่มตั้งแต่ปี 2571 ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาถึง 80 ปี มีมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ผ่านทางมหาสมุทรแปซิฟิกในราคาที่แข่งขันได้ ภายในปี 2574 เนื่องจากเป็นแหล่งก๊าซที่มีขนาดใหญ่ ต้นทุนเนื้อก๊าซต่ำ และสหรัฐมีการใช้เครื่องจักรในการผลิตและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันโครงการมีความพร้อมที่จะตัดสินใจลงทุน/ดำเนินโครงการ (Final Investment Decision)

ไทยเล็งนำเข้าปีละ 2-5 ล้านตัน

ปัจจุบันกระทรวงพลังงานของไทยกำลังเจรจากับโครงการ Alaska LNG ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดความไม่สมดุลทางการค้า ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ก๊าซธรรมชาติเหลวจากแหล่งอะแลสกาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีศักยภาพในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของไทยในระยะยาว ไทยจึงมีความจำเป็นต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเยือนไทยของ Mr.Mike Dunleavy ผู้ว่าการรัฐอะแลสกา เมื่อเดือน มี.ค. 2568 ซึ่งสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอข้อริเริ่มความร่วมมือกับไทยในการพัฒนาโครงการ Alaska LNG เพิ่มเติมจากความร่วมมือเดิมที่ไทยได้มีการนำเข้าน้ำมันและรับซื้อ LNG จากสหรัฐอเมริกามาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

หลังจากนั้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เดินทางไปรัฐอะแลสกา เพื่อพบหารือกับผู้ว่าการรัฐอะแลสกา กรรมาธิการด้านรายได้ และกรรมาธิการด้านทรัพยากรธรรมชาติรัฐอะแลสกา ประธานบริษัท Alaska Gasline Development Corperation และผู้แทนบริษัท Glenfarne ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สำคัญ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการลงทุนเพื่อผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา

“เอ็กโก” สนใจนำเข้า

ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินทางไปรัฐอะแลสกาเพื่อศึกษาโครงการ Alaska LNG ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินการในระยะเริ่มต้น (Early Stage) ตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการลงทุนในสหรัฐ จากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เบื้องต้นบริษัทซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตการเป็นผู้ประกอบการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG Shipper) ของไทยที่มีการนำเข้า LNG เพื่อมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวยังมีโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมของท่อขนส่ง LNG จึงมีความเป็นไปได้ที่จะจัดซื้อ LNG เพิ่มเติมในอนาคตใช้กับโรงไฟฟ้าในไทย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมด้วย

ด้าน นายณัฐพล นพรัตน์วงศ์ ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการพาณิชย์ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า สำหรับแผนการของกระทรวงพลังงานที่จะนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของโลกนั้น เดิมประเทศไทยนำเข้า LNG จากสหรัฐอยู่แล้ว หากมีการนำเข้า LNG เพิ่มเติมในราคาที่เหมาะสม (Competitive) ก็จะส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติที่เข้าสู่ระบบการผลิตไฟฟ้าลดลง และช่วยสนับสนุนต้นทุนค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงของทั่วประเทศด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดโฉมแหล่งก๊าซ ‘อะแลสกา’ หนึ่งในหัวข้อเจรจาภาษีไทย-มะกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...